ผู้อำนวยการหน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินของรัฐ กล่าวว่า นิวยอร์กมี “บทบาทสำคัญอย่างยิ่ง” ในระบบนิเวศคริปโตภายในสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านการวางกรอบกำกับดูแลด้านสินทรัพย์ดิจิทัล
Tether ทุ่มซื้อ Bitcoin อีกกว่า 4,800 เหรียญให้กับบริษัทลงทุนคริปโต Twenty One Capital ซึ่งกำลังเตรียมควบรวมกิจการกับ Cantor Equity Partners ภายใต้ดีล SPAC พร้อมดันสถานะขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่


ข้อมูลบล็อกเชน ชี้ว่า Ether อาจมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ $2,800 ซึ่งเป็นโซนที่มีการซื้อเหรียญจำนวนมาก แต่ข้อมูลจากตลาด Futures ยังสะท้อนว่านักเทรดยังคงไม่กล้าเสี่ยง ทำให้โอกาสเกิดการพุ่งขึ้นแรงยังไม่ชัดเจน

มหาเศรษฐี Stanley Druckenmiller มองว่า Stablecoins และเทคโนโลยีบล็อกเชนอาจกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของระบบชำระเงินโลกภายใน 10–15 ปี เนื่องจากความรวดเร็วและต้นทุนต่ำกว่าระบบธนาคารแบบเดิม