ปี 2020 นับเป็นปีที่อุตสาหกรรม DeFi มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อไม่นานมานี้อุตสาหกรรม Decentralized Finance (DeFi) มีมูลค่ารวมที่ถูกล็อค (The total-value locked – TVL) เอาไว้บนโปรโตคอล DeFi สูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนลดลงเหลือ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง ณ ปัจจุบันมูลค่ารวมที่ถูกล็อคบน DeFi นั้นมีราคาอยู่ที่ 1.468 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยเว็บไซต์ DeFi Pulse คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวสามารถเพิ่มมูลค่า TVL ให้ถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐได้ภายในสิ้นปี 2020 นี้

“แน่นอนว่ายังพอมีพื้นที่มากพอที่จะพัฒนามูลค่าดังกล่าวให้เพิ่มขึ้นได้ ตั้งแต่ TVL ของ DeFi ได้ยกระดับสูงสุดขึ้นสู่ประมาณ 1.405 หมื่นล้านดอลลาร์ และเผยให้เห็นเส้นทางสู่ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นทำให้ TVL แตะมูลค่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือมากกว่านั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ในระหว่างนี้พวกเราก็จะมาดูกันว่าเวลาที่เหลืออีกเพียง 3 สัปดาห์สุดท้ายในปี 2020 นี้มูลค่าของมันจะลดลง หรือพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดจากกระแสเฮือกสุดท้ายของ DeFi หรือไม่นั้น ต้องมาลุ้นกัน”

ภายในช่วงเวลาที่ผ่านมา โทเค็นบางตัวของ DeFi ได้เกิดการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ โดย ณ เวลาที่เขียนบทความ โทเค็น Aave (AAVE) โกยรายได้มากกว่า 3% นอกจากนี้โทเค็น Synthetic Network Token (SNX) และสินทรัพย์ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดชนิดอื่น ๆ อย่าง IDLE สร้างรายได้มากกว่า 400%, COVER 150% และ Compound (COMP) อยู่ที่ 13.8%

อุตสาหกรรม DeFi กับปี 2021 ที่กำลังจะมาถึง

Ryan Selkis ผู้เป็น CEO จากบริษัทวิจัยด้าน Crypto อย่าง Messari กล่าวถึงประเด็นล่าสุดเกี่ยวกับแนวโน้มที่ของ Crypto ในปี 2021 โดยเป็นผลมาจากการที่ DeFi เติบโตขึ้นกว่า 15 เท่าภายในปีนี้ ซึ่งการแลกเปลี่ยนในรูปแบบ Decentralized และโปรโตคอลดั้งเดิมของ Stablecoins เช่นเดียวกับตลาด Cedit Markets มีความสำคัญอย่างมากต่อการสร้างระบบการเงินคู่ขนานที่แท้จริง

Ryan Selkis ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Messari

Messari ตั้งข้อสังเกดุว่าปัจจุบันตลาดแลกเปลี่ยนแบบไม่มีตัวกลาง (Decentralized Exchange - DEX) มีจำนวนมากกว่า 13.6% ของปริมาณทั้งหมด เพิ่มขึ้นจาก 2.8% ของไตรมาสแรก จนในที่สุดพลังอำนาจของระบบ Automated Market Makers (AMMs) ก็ได้แสดงให้ทุกคนในเห็นถึงศักยภาพที่มี ตามที่ Selkis ได้กล่าวไว้ว่าทั้ง โครงการ Curve และ Balancer ได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบ AMMsในการทำงานร่วมกับ DeFi โดย Curveช่วยให้ตลาด Stablecoins ของ DeFi เกิดสภาพคล่องขึ้นมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า ในขณะที่ Balancer นั้นลดความเสี่ยงลง และเพิ่มกำไรเข้าสู่ตลาด ซึ่งจะทำหน้าที่เสมือนผู้ดูแลสภาพคล่องในตลาดด้วยการรวบรวมสินทรัพย์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน

การกระจายอำนาจ ที่อำนาจอาจจะไม่ถูกกระจาย

แม้เป้าประสงค์ของการเกิดขึ้นของ DeFi นั้นจะเป็นการพยายามหักล้างตัวกลางออกไปจากระบบการเงินก็ตาม แต่ทว่าแพลตฟอร์มYield Farmingก็ยังคงเป็นแหล่งการลงทุนเดียวที่สามารถสร้างกำไรให้แก่นักลงทุนรายใหญ่ได้ดีที่สุด โดยผู้ค้าเหล่านั้นจะต้องเป็นผู้มีสายพานใหญ่พอที่จะสามารถมีจำนวน Crypto ถูกล็อคไว้ใน DeFi ได้มหาศาล

โดย Yearn.finance (YFI) พบว่าโทเค็นของบริษัทนั้นมีราคาพุ่งสูงขึ้น และกลบราคา Bitcoin ในปีนี้ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยมูลค่าโทเค็นดังกล่าวนั้นเพิ่มขึ้นกว่า 81,268% ในปีนี้ จากเดิมที่มีมูลค่าต่ำกว่า $31.65 ซึ่ง Selkis ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า

“Yearnกำลังกลืนกินอุตสาหกรรม DeFi ทั้งหมด สิ่งใดก็ตามที่สามารถรวมเข้ากับ “Wealthfront ของ DeFi” ได้จะกลายเป็นศาสนา (ปัจจุบันคือความมั่งคั่ง) ในกลุ่มผู้ใช้งานยุคบุกเบิก”