ดัชนี Crypto Fear and Greed ลดลงสู่ระดับเดียวกับในเดือนตุลาคม ของปี 2020

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

บอกได้เลยว่าสถานการณ์ตลาดคริปโตในตอนนี้ไม่ค่อยดีเสียเท่าไหร่เนื่องจากความคึกคักลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นของตลาด Cryptocurrency ลดลง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Photo 1603792907191 89E55F70099A

ด้วยราคา Bitcoin (BTC) ที่ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ 29,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้อารมณ์ของนักลงทุนแย่ลง รวมถึงดัชนี Crypto Fear and Greed ก็ได้ลดลงสู่ระดับเดียวกันกับเดือนตุลาคม ในปี 2020

รู้จักกับดัชนี Crypto Fear and Greed กันเสียก่อน

ดัชนี้ Fear and Greed เป็นการกล่าวถึงความกลัว และความโลภ ซึ่งถือเป็นอารมณ์ที่อยู่ในสัญชาตญาณของมนุษย์ และอารมณ์ดังกล่าวได้ขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังตลาดการลงทุนรูปแบบต่าง ๆ มาอย่างยาวนาน โดยอารมณ์ทั้งสองอย่างนี้จะทำให้เราสละการใช้เหตุผล และการควบคุมตนเองออกไป

โดยดัชนี Crypto Fear and Greed นั้นก็มีการทำงานเช่นเดียวกับดัชนี Fear and Greed indexes ในตลาดแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้วัดอารมณ์ว่าอารมณ์ใดที่ที่มีอิทธิพลต่อการที่นักลงทุนเต็มใจที่จะซื้อสกุลเงิน Crypto อย่างเช่น Bitcoin

ซึ่งเมื่อผู้คนในตลาดนั้นมีความกลัว (Fear) มากจนเกินไป ตลาดก็มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงไปมากกว่าที่ควรจะเป็น ในขณะที่หากมีความโลภ (Greed) มากเกินไป ตลาดก็อาจจะปรับตัวขึ้นแรงกว่ากว่าก็ควรจะเป็นนั่นเอง

แล้วสถานการณ์ตลาดตอนนี้เป็นอย่างไร?

เมื่อวันที่ 22 มกราคม ดัชนี Crypto Fear and Greed ลดลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับ 40 ทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดเปลี่ยนแปลงไปจาก “Extreme Greed” หรือโลภขั้นสุด เป็น“ Fear” ซึ่งดัชนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดนี้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2020 เมื่อ Bitcoin มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 10,500 ดอลลาร์สหรัฐ

Crypto Fear Greed Index 1

โดยข้อมูลจาก Alternative.me กล่าวว่า ระดับความกลัวที่รุนแรง (Extreme fear) อาจเป็นสัญญาณว่านักลงทุนกังวลมากเกินไป  ซึ่งอาจหมายถึงโอกาสในการซื้อที่ดี ในทางตรง ข้ามเมื่อนักลงทุนเริ่มโลภมากเกินไป (Too greedy) อาจเป็นสัญญาณว่าตลาดถึงคราวต้องมีการปรับฐานแล้ว

ก่อนหน้าที่ดัชนี Crypto Fear and Greed จะลดลงถึงระดับ 40 มันเคยอยู่ที่ระดับ 95 มาก่อน ในวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักลงทุนมีความโลภมาก (Very greedy) ท่ามกลางสภาวะที่ Bitcoin ได้พุ่งแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 42,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 8 มกราคม โดยราคา Bitcoin ก็มีความสำคัญ โดยมีการปรับฐานทำให้ราคาลดลงเหลือ 28,750 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ 21 มกราคม

เนื่องจาก Bitcoin ได้รับการปรับฐาน อย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้คนในวงการนี้จำนวนมากได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของราคา โดยเมื่อวันที่ 21 มกราคม Scott Minerd หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของบริษัทบริการทางการเงินอย่าง Guggenheim คาดการณ์ว่า Bitcoin จะลดลงเหลือ 20,000 ดอลลาร์ ทางผู้บริหารยังคงเชื่อว่า Bitcoin จะแตะระดับ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในระยะยาว แต่ยังไม่ใช่ในปีนี้

ในทางกลับกัน Mike Novogratz ผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital ยังคงมั่นใจว่า Bitcoin จะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยเขาได้ทวีตเมื่อวันที่ 21 มกราคม ว่า

“มนุษย์ไม่ได้ถูกกำหนดให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีปริมาตร 150% ซึ่งนั่นหมายความว่า เมื่อความผันผวนลดลงท้ายที่สุดแล้วก็จะมีการฟื้นตัว”

*ในช่วงเวลาที่เขียนบทความนี้ ราคาของ Bitcoin ได้ดีดตัวขึ้นเล็กน้อยที่ประมาณ 31,000 ดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลดลงมากกว่า 10% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา แต่ยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 30% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ตามดัชนีราคา Bitcoin ของ Cointelegraph*

Read more about: