Jon Cunliffe รองผู้ว่าการธนาคารแห่งอังกฤษเปิดเผยแนวทางที่ธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจะเอาตัวรอดในยุคที่พวกเขานั้นถูก Disrupt จากสกุลเงินดิจิทัล แม้มันจะไม่ใช่งานของเขาหรือของธนาคารกลางในการปกป้องธนาคารพาณิชย์จากผลกระทบของสกุลเงินดิจิทัลก็ตาม

ผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการมีสกุลเงินดิจิทัล

บทบาทของธนาคารพาณิชย์ในฐานะพ่อค้าคนกลางในการทำธุรกรรมทางการเงินนั้นถูกคุกคามมากที่สุดจากการก่อกำเนิดสกุลเงินรูปแบบใหม่ ๆ เนื่องจากลักษณะของสกุลเงินดิจิทัลในปัจจุบัน เช่น Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH), Ripple (XRP) ไม่จำเป็นต้องมีคนกลางในการดำเนินธุรกรรม เนื่องจากสกุลเงินแห่งโลกอนาคตเหล่านี้ได้รับการออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินโดยตรงจากบุคคลหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ธนาคารต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบจากการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลเนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลอาจส่งผลกระทบต่อการใช้เงินฝากของกองทุนโดยตรง และผู้ใช้อาจต้องการถือครองทรัพย์สินเหล่านั้นด้วยตนเอง

ธนาคารพาณิชย์ต้องหาทางรอดด้วยตัวเอง

Jon Cunliffe ได้ออกมาแสดงจุดยืนให้เป็นที่ประจักษ์ผ่าน Virtual Event ที่รายงานโดยสำนักข่าวแห่งเมืองผู้ดีอย่าง Reuters ซึ่งเขาพูดอย่างหนักแน่นว่า “งานของเราไม่ใช่การปกป้องรูปแบบธุรกิจของธนาคาร”

Jon Cunliffe รองผู้ว่าการธนาคารแห่งอังกฤษ
“เหล่าธนาคารจะต้องปรับตัว หน้าที่ของเราคือการตรวจสอบให้แน่ใจว่าหากรูปแบบธุรกิจของธนาคารเปลี่ยนไปเราจะจัดการผลที่ตามมาของทั้งด้านงการเงิน และเศรษฐกิจมหภาคของสิ่งนั้น”

ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลยังคงได้รับแรงกระตุ้นโดยประเทศที่พัฒนาแล้วมากขึ้นในขณะนี้ ซึ่งพวกเขากำลังพิจารณาการใช้งาน Central Bank Digital Currencies (CBDC) ให้เขามาเป็นวิธีการสนับสนุนระบบการชำระเงินที่มีอยู่ นั่นจึงทำให้บทบาทของธนาคารพาณิชย์อาจถูกคุกคาม

ในบรรดาประเทศมีการพัฒนา CBDC ของพวกเขาเองได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างสาธารณรัฐประชาชนจีน แม้ว่าเงินหยวนดิจิทัลของพวกเขาจะมีการหมุนเวียนจริงในบางเมืองแล้วก็ตาม แต่ทว่าบทบาทเฉพาะของธนาคารในระบบการชำระเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเงินหยวนแบบดิจิทัลกลับยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด

แต่ทว่าประเทศอื่นกลับไม่คิดเหมือนแดนผู้ดี

ท่าทีที่ธนาคารแห่งอังกฤษแสดงจุดยืนในการไม่ปกป้องธนาคารพาณิชย์ทั้งหลายจากการมาของคริปโตนั้นแตกต่างจากการดำเนินงานของสำนักงานคลังแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ  United States’ Office of the Comptroller of the Currency (OCC) โดยสิ้นเชิง เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาให้ใบอนุญาตแก่ธนาคารในสหรัฐอเมริกาในการเก็บรักษาสกุลเงินดิจิทัล และเงินสำรองที่มีเสถียรภาพ

ในขณะที่การเคลื่อนไหวของ OCC ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตที่เกี่ยวข้อง แต่กลยุทธ์ดังกล่าวได้ป้องกันไม่ให้ธนาคารพาณิชย์แห่งสหรัฐฯ ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังการเติบโตในปัจจุบันที่เกิดจากระบบนิเวศของคริปโต