Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ผู้บริหารประกันภัยเตือน อย่ายุ่งกับเหรียญคริปโตเป็นอันขาด

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ผู้บริหารประกันภัยไม่สนับสนุนให้ประชาชนลงทุนในคริปโต เนื่องจากปัจจัยหลายอย่าง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ผู้บริหารประกันภัย

Julius Kiping’etich ผู้บริหารบริษัทประกันภัยเคนยาได้แสดงทัศนคติเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่อย่างบิทคอยน์ว่า เปรียบเสมือนกับการฉ้อฉลแบบพอนซี (Ponzi schemes) และเรียกร้องให้ประชาชนภายในประเทศอย่ายุ่งกับคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นอันขาด

ผู้บริหารประกันภัยแนะอย่ายุ่งกับคริปโตจะดีกว่า

โดย Kiping’etich ได้ออกมาเตือนประชาชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเทรดคริปโตเคอร์เรนซี่ว่า สุดท้ายประชาชนจะต้องน้ำตาร่วงจากความหายนะที่เกิดขึ้น

ที่น่าสนใจก็คือ ในช่วงที่มีการจัดประชุมสัมมนาทางธุรกิจนั้น Kiping’etich ได้ยอมรับว่า ตัวบิทคอยน์เองก็เปรียบเสมือนกับสกุลเงินที่สามารถใช้ได้จริง โดยเขากล่าวว่า เอาจริง ๆ แล้วสกุลเงินหลักมีปัจจัย 2 อย่างด้วยกันก็คือ 1.เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน 2.สามารถเก็บสะสมเป็นมูลค่าได้ ด้วยเหตุนี้ทุก ๆ สกุลเงินถือเป็นตัวกลาง หากผมให้เงินคุณ คุณก็ต้องให้อะไรบางอย่างกับผม

Person Holding Black Iphone 5

ในส่วนของมุมมองเกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่นั้น ทางด้าน Kiping’etich ยังคงยืนกรานอย่างแน่นเหมือนกับธนาคารกลางบางแห่ง อย่างเช่นในเอกสารการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโตปี 2019 นั้น ทางด้านธนาคารกลางของแอฟริกาใต้ยอมรับในลักษณะเดียวกันว่า สินทรัพย์คริปโตมีความสามารถในการชำระเงินและใช้ในการลงทุนได้

เอาชัวร์ไม่ได้

อย่างไรก็ตาม การกักตุนเหรียญบิทคอยน์นั้น Kipng’etich ได้กล่าวว่า เนื่องจากเวลานี้คริปโตยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ด้วยเหตุนี้จึงไม่อาจกล่าวได้ว่า บิทคอยน์ที่เก็บอยู่จะเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าที่แท้จริง สอดคล้องกับความเห็นของเขาก็คือ มีเพียงแค่รัฐบาลเท่านั้นที่สามารถกำหนดมูลค่าสกุลเงินได้

เขาชี้ว่า รัฐบาลเป็นผู้ดูแลมูลค่าสินทรัพย์ไปจนถึงร่างกฎเกณฑ์ว่าจะให้สินทรัพย์พวกนี้มีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน จึงเป็นเหตุผลที่ทำไมทางรัฐบาลถึงต้องกำหนดมูลค่า และให้ทางธนาคารดำเนินการกำหนดมูลค่าของสกุลเงิน เมื่อมาดูสินทรัพย์อย่างคริปโตเคอร์เรนซี่อย่างบิทคอยน์แล้ว อาจเป็นมูลค่าที่สูญเปล่า

Read more about: