จากรายงานที่ถูกเผยแพร่โดยสภาเศรษฐกิจโลก หรือ WEF ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลที่จะเข้ามาส่งผลกระทบอย่างรอบด้านต่อวิธีการดำเนินชีวิตว่าเทคโนโลยีใหม่อย่าง Blockchain นั้นสามารถกระตุ้นให้เกิดการเติบโตได้หากประยุกต์หลัก “Nature-Positive” หรือแนวคิดที่จะหันกลับมาให้คุณค่าแก่ธรรมชาติมาใช้แก้ปัญหาหลังจากเกิดการระบาดของโรค COVID-19

น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

จากการศึกษาในหัวข้อ “Future of Nature and Business” เราได้พบข้อมูลอันน่าทึ่งว่าการแก้ปัญหาโดยใช้หลักความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นสามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพได้สูงสุดถึง 395 ล้านตำแหน่งและเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจให้มีมูลค่าสูงถึง $10.1 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2030

Inger Andersen เลขาธิการสหประชาชาติและผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อดังกล่าวว่า

Inger Andersen, เลขาธิการสหประชาชาติ และผู้อำนวยการโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ
“ในฐานะที่เราได้ก้าวเข้าสู่ทศวรรษแห่งการยับยั้ง และฟื้นฟูการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพให้ได้ภายในปี 2030 ทั้งยังต้องรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่มีความผันผวน ธุรกิจหลายภาคส่วนจึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมบนโลกใบนี้ เพราะพวกเขานั้นมีทั้งเทคโนโลยี นวัตกรรมและเงินทุนที่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่พวกเราจำเป็นต้องมีผ่านการการลงทุนบนโครงสร้างของธรรมชาติ และการแก้ปัญหาที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน”

Blockchain และห่วงโซ่อุปทานด้านอาหาร

สภาเศรษฐกิจโลก เชื่อว่า Blockchain สามารถช่วยประหยัดงบประมาณได้ถึง 3.65 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐภายในปี 2030 ด้วยการลดอัตราการสูญเสียอาหาร (Food loss) และอาหารที่ถูกทิ้ง (Food waste) ในห่วงโซ่อุปทานอาหารลง

มีการเปิดตัวโครงการนำร่องด้านการลดอัตราการสูญเสียนี้ในสาธารณรัฐเบนิน สาธารณรัฐอินเดียและสาธารณรัฐรวันดา ซึ่งผลลัพธ์จากการดำเนินงานของโครงดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าความสามารถในการจัดเก็บอาหารที่ใช้ต้นทุนต่ำสามารถลดการสูญเสียอาหารหลังเก็บเกี่ยวได้มากกว่า 60% นอกจากนี้ทางโครงการยังสามารถเพิ่มรายได้ของเกษตรกรรายย่อยได้มากกว่า 30% อีกด้วย

อีกตัวอย่างหนึ่งที่ทางสภาเศรษฐกิจโลกกล่าวถึงในการศึกษาครั้งนี้คือ IBM Food Trust โดยโครงการนี้ได้นำห่วงโซ่อุปทานในรูปแบบของ Blockchain มาใช้กับผู้เข้าร่วมโครงการอย่าง Walmart, Tyson Foods, Nestle และอีกหลายบริษัท

ธรรมชาติผู้โอบอุ้มโลกใบนี้

ได้มีการรายงานเพิ่มเติมถึงการพัฒนาแอปพลิเคชัน Blockchain IBM Food Trust ไว้ใช้สำหรับด้านพลังงานและการขุดเหมืองแร่ ซึ่งคำนวณแล้วว่ามีโอกาสในกว่าเพิ่มความคุ้มค่าถึง 3 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐในปี 2030 ซึ่งนี่ก็ถือเป็นอีกตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าการทำ “Nature-Positive” นั้นสร้างมูลค่าได้มากเพียงใด