En+ Groupหน่วยงานผลิตอะลูมิเนียมคาร์บอนต่ำชั้นนำระดับโลก และองค์กรเอกชนผู้ผลิตไฟฟ้าพลังน้ำรายใหญ่ที่สุดกำลังก้าวเข้าสู่การประกอบธุรกิจแบบกิจการร่วมค้า (Joint Venture) ในการขุด Crypto เป็นครั้งแรก ซึ่งนี่ถือเป็นอีกก้าวแรกที่สำคัญต่อวงการ Cryptocurrencyไม่ใช่น้อย

เหมือง Crypto รักษ์โลก

การประกอบกิจการครั้งใหม่นี้ถูกเรียกว่า Bit+ ซึ่งจะมุ่งเน้นไปที่การสรรสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกที่ช่วยรองรับการขุด Crypto ด้วยปริมาณคาร์บอนที่ต่ำลง โดยบริษัทสัญชาติรัสเซียอย่าง BitRiver ก็ได้เข้ามาเป็นหุ้นส่วนกับทาง En+ Group ในกิจการ ในกิจการ Bit ด้วยเช่นกัน

ปัจจุบัน BitRiverทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมข้อมูลการให้บริการติดตั้งเซิร์ฟเวอร์สำหรับการขุดเจาะ Bitcoin (BTC) ที่ใหญ่ที่สุดในสหพันธรัฐรัสเซีย โดยสามารถให้บริการได้ทั้งในประเทศ และในกลุ่มประเทศ CIS (Commonwealth of Independent States) ได้แก่ สหพันธรัฐรัสเซีย, สาธารณรัฐคาซัคสถาน, ประเทศยูเครน, สาธารณรัฐอุซเบกิสถาน, สาธารณรัฐเบลารุส, สาธารณรัฐคีร์กีซ, สาธารณรัฐมอลโดวา, สาธารณรัฐทาจิกิสถาน, สาธารณรัฐจอร์เจีย, สาธารณรัฐเติร์กเมนิสถาน, สาธารณรัฐอาร์มีเนีย และสาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน

ซึ่งการมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจการ Bit+ พวกเขาเข้ามาทำหน้าที่จัดหาบริการ ทั้งยังคิดพัฒนาระบบจนครบวงจร กล่าวคือเป็นการออกแบบโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับการขุด Crypto ขององค์กรจนเสร็จสมบูรณ์ (Turnkey Solutions) นั่นเอง

Bit+ ทำอะไรไปแล้วบ้าง?

ผลการดำเนินการแรกของกิจการ Bit+ ก็คือการติดตั้งเครื่องมือใหม่ที่อยู่ใกล้กับศูนย์ข้อมูลของบริษัท BitRiver ใน Bratsk แห่งเมือง Irkutsk ซึ่งเป็นภูมิภาคหนึ่งในสาธารณรัฐรัสเซีย โดย En+ Group ได้จ่ายกระแสไฟฟ้าปริมาณ 10MW ไปยังเครื่องปฏิบัติการเหล่านั้น ประกอบไปด้วยเครื่องขุดเจาะ Crypto หลายเครื่อง (Modular Crypto Mining Units) ที่กำลังปฏิบัติการขุดเจาะอยู่ ซึ่งทั้งสององค์กรนั้นได้วางแผนที่จะปรับขนาดกำลังการผลิตของโรงงานขึ้นราว 40MW

ในระยะแรก พวกเขาได้ทดลองจัดตั้งเครื่องขุด Crypto ด้วยโมดูลาร์จำนวน 14 ยูนิต ซึ่งแต่ละยูนิตนั้นจะอยู่ในรูปแบบของตู้คอนเทนเนอร์ที่มีขนาดใหญ่เท่ากับศูนย์ข้อมูลการขุดเจาะ Crypto ขนาดจริง และสามารถรองรับเครื่องขุด Bitmain’s S19 Pro miner ได้มากถึง 400 เครื่องด้วยกัน

เมื่อต้องเลือกระหว่างผลกำไร กับสิ่งแวดล้อม

จากข้อมูลการรายงานระบุว่า ปริมาณการใช้พลังงานที่สูงนั้นยังคงเป็นจุดอ่อนสำหรับวงการ Crypto อยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin ซึ่งอัลกอริทึมของสกุลเงินต้องใช้การคำนวณอย่างละเอียด ดังนั้นการขุดเจาะ Bitcoin จึงต้องการพลังงานในปริมาณที่สูงเป็นพิเศษในการดำเนินการ

เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานต่างก็พยายามที่จะหาวิธีการลดการใช้พลังงานของ Bitcoin ลง โดยเบื้องต้นพวกเขาทำการวิเคราะห์ถึงแหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่จะก่อให้เกิดกำไรได้สูงสุด แต่จากนั้นก็ได้มีการถกเถียงกันว่าสิ่งสำคัญที่สุดแท้ที่จริงแล้วคือการสร้างผลิตที่เป็นอันตรายน้อยที่สุดต่างหาก

ในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการระบุว่า En+ Group ได้จัดหาเครื่องมือบางตัวให้เหมาะสมตามสภาพแวดล้อมเมือง Irkutsk และตามความเป็นไปได้ในการขุดเจาะ Crypto ที่สามารถใช้คาร์บอนในปริมาณที่ต่ำ

“สินทรัพย์ที่อยู่ในรูปแบบพลังงานของเราในเมือง Irkutsk สามารถผลิตไฟฟ้าด้วยคาร์บอนต่ำ โดยเป็นการผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนซึ่งถือเป็นพลังงานไฟฟ้าที่ราคาไม่แพง และพวกเรายังสามารถจัดหาพลังงานส่วนเกินให้กับเหล่าหุ้นส่วนของเราได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นอุณหภูมิเฉลี่ยที่ต่ำลงต่อปีจะช่วยลดความต้องการการใช้พลังงานจากศูนย์ดังกล่าวลง ทำให้โรงงานสามารถผลิตพลังงานออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยยังลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกด้วย”