หลังจากได้แตะระดับสูงสุดที่ช่วงราคาเกือบ 65,000 ดอลลาร์ Bitcoin (BTC) ก็มีราคาตกลงมาอย่างมีนัยสำคัญ โดยในขณะที่เขียนบทความนี้ สกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวมีการซื้อขายที่ 53,755.98 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม้ว่าตามธรรมชาติแล้วการปรับฐานจะเป็นเรื่องปกติหลังจากที่ราคาพุ่งสูงขึ้น แต่การดิ่งลงของ Bitcoin ในครั้งนี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดต่างมีกังวล ซึ่งเปิดเผยว่าโมเมนตัมของสกุลเงินดิจิทัลอาจยังคงเป็นขาลงหากสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้ไม่ทะลุ 60,000 ดอลลาร์ในไม่ช้านี้ โดยตัวชี้วัดที่สำคัญยังคงแสดงสัญญาณของความอ่อนแอของ Bitcoin และการคาดการณ์ระยะสั้นของมันดูเหมือนจะเป็นขาลงตามที่นักกลยุทธ์การตลาดกล่าวเอาไว้

Nikolaos Panigirtzoglou นักวิเคราะห์ของ JPMorgan Chase กล่าวว่า “หากสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดไม่สามารถทะลุ 60,000 ดอลลาร์ในไม่ช้าสัญญาณโมเมนตัมก็จะพังทลายลง” นักวิเคราะห์ และทีมงานของเขายังตั้งข้อสังเกตว่าการไหลเข้าสู่กองทุน Bitcoin นั้นอ่อนแอเมื่อเร็ว ๆ นี้

นอกจากนี้นักยุทธศาสตร์ของ Bloomberg เองก็ได้รายงานว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาว่าทาง Bitcoin Futures ยังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งหาก Bitcoin ไม่ผ่านจุดสำคัญทางจิตวิทยาที่ 60,000 ดอลลาร์โมเมนตัมของมันอาจยากที่จะย้อนกลับ

ความผันผวนอาจไม่ใช่เรื่องเลวร้าย

แม้จะมีการคาดการณ์เชิงลบ แต่ผู้นำในอุตสาหกรรมบางคนก็ถือเอาความผันผวนของ Bitcoin เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม โดย Stephen Ehrlich ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอของ Voyager Digital แบ่งปันกับสื่อมวลชนว่า

“ความผันผวนเป็นสิ่งที่ดีสำหรับ Cryptocurrency โดยมันทำหน้าที่เพื่อตอบหลายวัตถุประสงค์ ในขณะที่ระบบนิเวศของ Crypto ทั้งหมดเติบโตขึ้นซึ่งเราต้องจำไว้ว่าเป็นอุตสาหกรรม และเทคโนโลยีที่ยังคงมีอายุแค่มากกว่าหนึ่งทศวรรษเท่านั้น อุตสาหกรรมที่เกิดใหม่จะมีความผันผวนตามธรรมชาติเมื่อพวกเขาพยายามก้าวไปสู่การยอมรับกระแสหลัก ในกรณีของ Bitcoin ความผันผวนของมันได้ลดลงเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป และแม้แต่การเคลื่อนไหวที่รุนแรงเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็ยังไม่เห็นความผันผวนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับในอดีต”

หนึ่งก้าวเล็ก ๆ สำหรับ Coinbase ก้าวกระโดดครั้งใหญ่สำหรับ Crypto

แม้ว่า Bitcoin จะเผชิญกับมรสุมข่าวลบเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถการปฏิเสธความจริงที่ว่าอุตสาหกรรม Cryptocurrency กำลังเติบโต และได้รับการยอมรับจากกระแสหลักอย่างช้า ๆ ซึ่งด้วยการเข้าไปโลดแล่นในตลาดหลักทรัพย์ของ Coinbase ได้ทำให้นักลงทุนสถาบัน และเหล่านักลงทุนรายย่อยสามารถชายตามองเข้าไปในโลกของ DeFi, NFT และ Crypto ได้มากขึ้น

นอกจากนี้บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งได้ปรับรูปแบบธุรกิจของตนเพื่อรวมการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล โดย Venmo ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ให้บริกการชำระเงินล่าสุดที่ประกาศการรวมการชำระเงินด้วยคริปโตเข้ากับแอป ซึ่งทำให้ผู้ใช้ของพวกเขาจะสามารถซื้อขาย และถือสกุลเงินดิจิทัลผ่าน Venmo ได้แล้ว