Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

    สุดล้ำ! Vogue สิงคโปร์ ใช้ NFT ขึ้นปกนิตยสาร

    Share article:
    LinkedIn Facebook Twitter

    บริษัทแฟชั่นดิจิทัล The Fabricant กำลังร่วมมือกับนิตยสารแฟชั่น Vogue ในสิงคโปร์เพื่อใช้ NFT บนปกนิตยสารในฉบับเดือนกันยายน ปกของนิตยสารจะมาในรูปแบบของโทเค็นมีความเฉพาะตัวหรือ NFT และจะถูกประมูลในตลาดดิจิทัล Brytehall

    Share this article
    LinkedIn Facebook Twitter
    D6C50C8E2B093F9E2D999524181017C47D80Cc087D0Db6F4C7Af3A4Be289F925

    บริษัทแฟชั่นดิจิทัล The Fabricant กำลังร่วมมือกับนิตยสารแฟชั่น Vogue ในสิงคโปร์เพื่อใช้ NFT บนปกนิตยสารในฉบับเดือนกันยายน ปกของนิตยสารจะมาในรูปแบบของโทเค็นมีความเฉพาะตัวหรือ NFT และจะถูกประมูลในตลาดดิจิทัล Brytehall

    เตรียมซื้อ Vogue ฉบับใหม่ที่ใช้ NFT มาสร้างความแปลกใหม่

    Vogue สิงคโปร์ใช้ Nft ขึ้นปก

    นิตยสาร Vogue ฉบับเดือนกันยายนมาในคอนเซปต์ “การเริ่มต้นใหม่” โดยพิจารณาจากจุดตัดของแฟชั่นและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ด้วยไอเดียนี้ทำให้นิตยสารที่ถูกตีพิมพ์ออกมาจะมีรหัส QR ที่สามารถสแกนด้วยสมาร์ทโฟนและทำให้ผู้อ่านเข้าไปอ่านนิตยสารในรูปแบบดิจิทัลได้ซึ่งจะประกอบด้วยปกแบบดิจิทัลเท่านั้น 2 แบบพร้อมภาพและเสียงแบบแอนิเมชัน

    โดยหน้าปกจะมีความพิเศษจากงานกูตูร์ที่ออกแบบแบบดิจิทัลโดย The Fabricant ซึ่งจำลองโดยอวาตาร์ที่สร้างโดย Shavonne Wong ศิลปินดิจิทัลชาวสิงคโปร์ชื่อ The RenaiXance Rising และอีกส่วนจะออกแบบโดย Chad Knight และ Baelf ทั้งนี้โทเค็น NFT เพิ่มเติมอีก 15 ชิ้นของเสื้อผ้าแฟชั่นดิจิทัลจะถูกวางจำหน่ายอีกด้วย

    ในขณะเดียวกันเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา Vogue สิงคโปร์ได้เปิดตัวกล่องปริศนา NFT ในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล Binance ที่มีพระอาทิตย์ขึ้นในสิบเมืองต่างๆเพื่อโปรโมตนิตยสารฉบับเดือนกันยายนโดย NFT ดังกล่าวแสดงภาพของนักบินอวกาศที่กำลังดูพระอาทิตย์ขึ้น

    E780X0Ivcacoh1Z
    การใช้ NFT ของ Louis Vuitton

    นอกจาก Vogue แล้วยังมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการแฟชั่นอย่าง Louis Vuitton และ Burberry ที่ได้เปิดตัวโครงการ NFT ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฟีเจอร์ในเกมสำหรับตัวละคร ความสนใจของ Vogue ต่อภาคธุรกิจเกิดใหม่นี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของแฟชั่นดิจิทัลที่จะมีต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม

    Read more about: