Tim Grant CEO แห่ง SIX Digital Exchange ในประเทศสมาพันธรัฐสวิส, Gigi Levy-Weiss หุ้นส่วนบริษัทสนับสนุนทางการเงินให้แก่ธุรกิจ (Venture Capital - VC) อย่าง NFX และ Changepeng Zhao CEO แห่งบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลอย่าง Binance ได้อ้างถึงคำแถลงการณ์ท่ามกลางวิทยากรหลายท่านภายในงาน “Digital Money 2030” ที่จัดขึ้น ณ Singapore Fintech Festival เมื่อวันที่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา

กระแสที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในปีนี้ สกุลเงินดิจิทัลได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากราคาที่สูงขึ้น โดยทางธนาคารกลางทั้งในสาธารณรัฐประชาชนจีน, ยุโรป และสหรัฐอเมริกาต่างพากันศึกษาวิจัยถึงการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2020 Bitcoin มีราคาพุ่งขึ้นสูงถึง 170% ในขณะที่ Ethereum สามารถทำราคาได้มากกว่าเดิมถึง 3 เท่า นอกจากนี้เหล่านักลงทุน และองค์กรหลายแห่งต่างหันมาใช้สกุลเงินดิจิทัลกันอย่างรวดเร็ว

โดยผู้บริหารบริษัทแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลชื่อดังระบุว่าความสนใจจากบริษัทหลายแห่งยังคงอยู่ที่ผลกำไรในแต่ละไตรมาส และเหล่าผู้ถือหุ้นทั้งหลาย อย่างไรก็ตามแนวความคิดดังกล่าวถูกกำหนดขึ้นเพื่อท้ายทายองค์กรต่าง ๆ ภายในช่วงทศวรรษหน้า

CZ กล่าวว่า

“ในตอนนี้องค์กรดั้งเดิมเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่ผมเห็นว่าพวกเขาได้นำ Crypto และ Blockchain มาใช้จริง ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำได้ดีอีกด้วย”

Levy-Weiss กล่าว

“ธนาคารที่ไม่ยินยอมก้าวเข้าไปสู่ตลาดกระแสหลัก และยินดีที่จะสูญเสียรายได้จำนวนมากในตอนนี้เพื่อรักษาอนาคตขององค์กรเอาไว้จะต้องจบลงด้วยการไม่มีอนาคต”

ในขณะเดียวกัน Tim Grant ได้ย้ำว่าระบบการเงินในอนาคตควรมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ทุกคน

สกุลเงินดิจิทัลยังมีขวากหนามอยู่อีกมาก

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญบางประการก็ยังคงรอคอยการพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล โดย CZ กล่าวว่ายังคงเป็นเรื่องยากสำหรับการถือครองสินทรัพย์ Crypto เอาไว้อย่างปลอดภัย เนื่องด้วยระบบความเป็นส่วนตัวยังคงอยู่ระหว่างการได้รับการพัฒนาให้สามารถติดตามการทำธุรกรรมในแต่ละครั้งของแต่ละคนได้

Levy-Weiss ผู้เป็นสมาชิก Facebook’s Advisory Council ได้มีการพูดถึงประเด็นที่ว่าประเทศที่มีขนาดใหญ่นั้นมีแนวโน้มว่าจะสามารถพัฒนาระบบต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายกว่า และจะสามารถนำสกุลเงินดิจิทัลไปใช้ได้เร็วกว่า แต่ทว่าทาง Facebook Inc และโครงการสกุลเงินดิจิทัล Libraที่ปัจจุบันได้รีแบรนด์เป็น Diem Association กลับพบอุปสรรคครั้งใหญ่ โดยข้อมูลบ่งชี้ว่ามันตรงข้ามกับสิ่งที่ทางบริษัทได้คาดการณ์เอาไว้

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า: “บริษัทได้ให้ความสำคัญในเรื่องของกฎระเบียบมากขึ้น ซึ่งจะทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในด้านนี้ได้ยากขึ้น” เขายังคงกล่าวต่อไปว่า “หากเป็นไปได้ ผมหวังให้บริษัทเล็ก ๆ ได้รับโอกาสที่จะทำสิ่งเหล่านั้นให้ได้ดีกว่าองค์กรรายใหญ่ เมื่อต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุม และจากนั้นพวกเขาก็จะเติบโตเร็วขึ้นกว่าเดิมได้มากเลยทีเดียว”