Microsoft บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์รายใหญ่ของโลกยืนยันว่าพวกเขากำลังเจรจาซื้อ TikTok จากบริษัท ByteDance หน่วยงาน Startup สัญชาติจีนที่ครองตำแหน่งเบอร์ 1 ของระดับยูนิคอร์นจากทั่วโลก โดย Microsoft นั้นจะซื้อแอปนี้ทั้งในสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย รวมไปถึงนิวซีแลนด์และให้สัญญาว่าจะจัดการกับประเด็นด้านความเป็นส่วนตัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้แบนแอปวิดีโอโซเชียลนี้

ที่สำคัญไปกว่านั้น ในขณะนี้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีข้างต้นยังได้มีส่วนร่วมกับทำเนียบขาวในการร่างข้อตกลงบางประการที่วางแผนว่าจะแล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายนนี้ อีกด้วย

Microsoft เดินเกมส์อย่างรวดเร็วตามคำสั่งของคณะผู้บริหาร

เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงและเจ้าหน้าที่รัฐของสหรัฐฯ ต่างแสดงความกังวลอย่างหนักว่า TikTok ซึ่งเป็นผลผลิตของ ByteDance บริษัทแดนมังกรกำลังถูกใช้งานเพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของชาวอเมริกันกว่า 80 ล้านคน

ในขณะเดียวกันทาง TikTok เองก็ได้ออกมาปฏิเสธข่าวลือดังกล่าวที่โจมตีว่าพวกเขาละเมิดความเป็นส่วนตัวหรือเป็นแอปที่ควบคุมทุกการดำเนินงานโดยรัฐบาลจีน ซึ่งการปฎิเสธข่าวลือเหล่านี้ก็ยังคงไม่เป็นที่น่าพอใจมากนักสำหรับท่านประธานาธิบดีทรัมป์

การสนทนาระหว่าง Microsoft และ ByteDance กำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเวลาก็บีบเข้ามาทุกที เพราะจากที่ BBC ได้รายงานเอาไว้ว่าทรัมป์อาจลงนามในคำสั่งเพื่อแบนแอป TikTok จากสหรัฐอเมริกาให้เร็วที่สุดภายใน 8 สิงหาคม ที่จะถึงนี้ ซึ่งเหลืออีกไม่กี่วันแล้ว

“ยิ่งแอป TikTok มีท่าทีน่าเป็นกังวลมากเท่าไหร่ เราก็จะทำการแบนแอปในประเทศสหรัฐอเมริกาในทันที”

ประธานาธิบดีทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวระหว่างกำลังเดินทางด้วย Air Force One

Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft ได้หารือกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับการเข้าซื้อ TikTok และเขายังได้รับปากว่าจะเพิ่มความปลอดภัยและวางระบบป้องกันแบบดิจิทัลสำหรับข้อมูลของชาวอเมริกันที่ได้รับมาจากแอปพลิเคชั่นวิดีโอสัญชาติจีนรายนี้

Satya Nadella ซีอีโอของ Microsoft
“Microsoft เล็งเห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขข้อกังวลของประธานาธิบดีเป็นอย่างยิ่ง มันเป็นความตั้งใจที่ของเราจะซื้อแอป TikTok เพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการการตรวจสอบความปลอดภัยอย่างเต็มรูปแบบ และเชื่อมั่นว่าแอปนี้จะให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจในทิศทางที่ดีแก่สหรัฐอเมริกา รวมถึงกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ อีกด้วย”

คำแถลงการณ์จากบริษัท Microsoft

แล้วทำไมการแบนแอป Tiktok ถึงส่งผลต่อราคาของ Bitcoin

TikTok เป็นหนึ่งในแอปที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกโดยมีการดาวน์โหลดมากกว่า 2 พันล้านครั้ง และกว่า 150 ล้านครั้งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ByteDance กล่าวเป็นนัย ๆ ว่า พวกเขาพร้อมที่จะขายระบบปฎิบัติการของ Tiktok ทั้งหมดให้แก่สหรัฐอเมริกาเพื่อที่จะทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์สงบและรักษา TikTok ให้อยู่ในเวทีระดับโลก ซึ่งนี่เป็นการกระตุ้นการให้ Microsoft ตัดสินใจเข้ามาเจรจาในครั้งนี้

ในขณะที่ Microsoft กำลังตัดสินใจลงทุนนั้น Block.one ผู้นำระดับโลกด้านซอฟต์แวร์บล็อกเชนประสิทธิภาพสูงเองก็ดูเหมือนกำลังมองหากลุ่มผู้ใช้ TikTok ในระดับ Gen Z ที่อาศัยอยู่ที่สหรัฐอเมริกากว่า 80 ล้านคน เพื่อหาแนวทางในการทำผลกำไรสำหรับตลาด Bitcoin และตลาด Cryptocurrency

Block.one ได้สร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเองที่ชื่อว่า Voice ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อจัดระเบียบและทำให้สร้างความโปร่งใสเกิดขึ้นในวงการโซเชียลมีเดีย โดยผู้แทนบริษัทได้อ้างถึงข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของ TikTok เป็นเหตุผลหลักในการย้ายการใช้งานไปยังทางเลือกที่กระจายอำนาจมากกว่าอย่าง Block.one

Brock Pierce ประธานคณะกรรมการมูลนิธิ Bitcoin

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมนาย Brock Pierce ประธานคณะกรรมการมูลนิธิ Bitcoin และผู้ร่วมก่อตั้งและบอร์ดบริหารของ EOS Alliance ได้ทวีตว่า “Gen Z ได้ระดมกำลังยืนหยัดเพื่อสิทธิและความเป็นส่วนตัวของพวกเขา! ทุกคนสามารถสร้างความแตกต่าง เสียงของทุกคนมีความหมาย”

Pierce เป็นนักลงทุน Bitcoin ในยุคแรก ๆ และมีประวัติโดดเด่นด้านการคาดการณ์ที่แม่นยำสำหรับความเป็นไปของวงการเทคโนโลยี ซึ่งการสั่งแบน TikTok นั้นจะทำให้เกิดช่องว่างในตลาดสหรัฐซึ่งมีผู้ใช้มากถึง 80 ล้านคน นี่เองจึงเป็นปัจจัยที่ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ต้องมองหาทางเลือกอื่น ๆ ทดแทนแอปพลิเคชั่นดังกล่าว โดยหากสามารถต้อนผู้ใช้กลุ่มดังกล่าวเข้าสู่แอปด้าน Cryptocurrency ได้ ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันจะทำให้ราคาของ Bitcoin และภาพรวมของตลาด Cryptocurrency มีราคาสูงขึ้นมาก