แผนการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Ethereum ในการก้าวไปสู่ ETH 2.0 ซึ่งตั้งใจจะเปลี่ยนการใช้ proof-of-work ในการทำงานในปัจจุบันไปสู่ proof-of-stake นั้นถือว่าทำให้เหรียญดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะประหยัดพลังงานไปมากเลยทีเดียว
เหล่า HODLers หรือผู้ถือเหรียญระยะยาวของ Ethereum ได้ขายเหรียญที่พวกเขาถือครองมาเป็นระยะเวลานานเพื่อทำกำไรก่อนที่แนวโน้มของตลาดนั้นจะกลับไปสู่ช่วงขาลงอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ จำนวนที่อยู่ Ethereum ที่ถือเหรียญ ETH อย่างน้อย 10 เหรียญนั้นแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน
Ethereum ซี่งเป็น Altcoin ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง โดยพุ่งทยานทำลายสถิติเก่าอย่างขาดลอย และ ณ ปัจจุบันมีราคาเกิน 3,000 ดอลลาร์ เข้าให้แล้ว อะไรกันที่ทำให้เจ้า ETH นี้เติบโตอย่างบ้าคลั่งในปี 2021 วันนี้เรามาหาคำตอบกัน
สถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งวงการ Cryptocurrency ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของเหรียญต่าง ๆ รวมทั้ง Ether ยังคงอยู่ในขาลง แต่ทว่าเหล่ามหาเศรษฐีกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะนี่คือเวลาทองที่พวกเขาจะเข้าช้อนสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 มาครอบรองได้โดยง่าย
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


SpaceX ของ Elon Musk เปิดเผยในการยื่นเอกสาร IPO ว่าบริษัทถือครอง Bitcoin จำนวน 18,712 BTC มากกว่าที่บริษัทติดตามข้อมูลออนเชนเคยประเมินไว้กว่า 10,000 BTC

Bitcoin กลับมายืนเหนือระดับ $77,000 ได้อีกครั้ง แม้นักลงทุนยังกังวลต่อผลประกอบการของบริษัทกลุ่ม Big Tech และแรงขายจาก Spot Bitcoin ETF ที่มีเงินไหลออกสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์

รายงานจากธนาคารกลางสหรัฐเผยว่า ชาวอเมริกันราว 10% ใช้งานหรือถือครองคริปโตในปี 2025 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยกว่า 25% ของผู้ที่ใช้คริปโตเพื่อชำระเงินระบุว่า ธุรกิจเป็นฝ่ายต้องการรับชำระด้วยคริปโต เนื่องจากมีข้อดีด้านความรวดเร็ว ความเป็นส่วนตัว และต้นทุนที่ต่ำกว่า