แผนการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Ethereum ในการก้าวไปสู่ ETH 2.0 ซึ่งตั้งใจจะเปลี่ยนการใช้ proof-of-work ในการทำงานในปัจจุบันไปสู่ proof-of-stake นั้นถือว่าทำให้เหรียญดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะประหยัดพลังงานไปมากเลยทีเดียว
เหล่า HODLers หรือผู้ถือเหรียญระยะยาวของ Ethereum ได้ขายเหรียญที่พวกเขาถือครองมาเป็นระยะเวลานานเพื่อทำกำไรก่อนที่แนวโน้มของตลาดนั้นจะกลับไปสู่ช่วงขาลงอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ จำนวนที่อยู่ Ethereum ที่ถือเหรียญ ETH อย่างน้อย 10 เหรียญนั้นแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน
Ethereum ซี่งเป็น Altcoin ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง โดยพุ่งทยานทำลายสถิติเก่าอย่างขาดลอย และ ณ ปัจจุบันมีราคาเกิน 3,000 ดอลลาร์ เข้าให้แล้ว อะไรกันที่ทำให้เจ้า ETH นี้เติบโตอย่างบ้าคลั่งในปี 2021 วันนี้เรามาหาคำตอบกัน
สถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งวงการ Cryptocurrency ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของเหรียญต่าง ๆ รวมทั้ง Ether ยังคงอยู่ในขาลง แต่ทว่าเหล่ามหาเศรษฐีกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะนี่คือเวลาทองที่พวกเขาจะเข้าช้อนสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 มาครอบรองได้โดยง่าย
การยอมรับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรม เกม และสินค้าดิจิทัล ขณะที่ มิลเลนเนียล และ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการใช้คริปโตมากที่สุด

รายงานจาก ARK Invest คาดว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 61% โดย Bitcoin อาจมีราคาสูงถึง $1 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2030 จากการยอมรับที่ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก

ร่างกฎหมาย “Inflation Protection Act” เสนอให้รัฐเวสต์เวอร์จิเนียสามารถนำเงินไปลงทุนในโลหะมีค่า Stablecoin และคริปโตที่มีมูลค่าตลาดเกิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้มีเพียง Bitcoin

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งเคยร่วงกว่า 20–30% ทุกครั้งหลัง BoJ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา


นักวิเคราะห์ ETF ชี้ กระแสเชิงลบของ Bitcoin ในช่วงนี้เป็นเพียง “มุมมองระยะสั้น” พร้อมย้ำว่าในปี 2023–2024 Bitcoin ยังให้ผลตอบแทนเหนือกว่าสินทรัพย์อื่นเกือบทั้งหมด แม้ราคาปัจจุบันจะปรับตัวลงก็ตาม

นักวิเคราะห์ชี้ตลาด Futures เริ่มเกิดความไม่สมดุล หลังสถานะ Short ล้นตลาด ขณะที่ราคาของ Bitcoin แตะระดับ 81,000 ดอลลาร์ ส่อแววอาจเกิดการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ดันราคาฟื้นแรงในระยะสั้น

แรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คำขู่ภาษีของประธานาธิบดี Donald Trump และผลประกอบการกลุ่มเทคโนโลยีที่น่าผิดหวัง ฉุดราคาของ Bitcoin ร่วงแรง ขณะที่ตลาดคริปโตสูญมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง

Bitcoin ร่วงลงแตะ 83,400 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของปีนี้ หลังถูกกดดันจากแรงขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาด Futures แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่เป็นเพียง “การปรับฐานชั่วคราว” มากกว่าจะเป็นสัญญาณกลับตัวเข้าสู่ขาลงระยะยาว