แผนการอัปเกรดครั้งใหญ่ของ Ethereum ในการก้าวไปสู่ ETH 2.0 ซึ่งตั้งใจจะเปลี่ยนการใช้ proof-of-work ในการทำงานในปัจจุบันไปสู่ proof-of-stake นั้นถือว่าทำให้เหรียญดังกล่าวเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะประหยัดพลังงานไปมากเลยทีเดียว
เหล่า HODLers หรือผู้ถือเหรียญระยะยาวของ Ethereum ได้ขายเหรียญที่พวกเขาถือครองมาเป็นระยะเวลานานเพื่อทำกำไรก่อนที่แนวโน้มของตลาดนั้นจะกลับไปสู่ช่วงขาลงอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ จำนวนที่อยู่ Ethereum ที่ถือเหรียญ ETH อย่างน้อย 10 เหรียญนั้นแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน
Ethereum ซี่งเป็น Altcoin ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่อีกครั้ง โดยพุ่งทยานทำลายสถิติเก่าอย่างขาดลอย และ ณ ปัจจุบันมีราคาเกิน 3,000 ดอลลาร์ เข้าให้แล้ว อะไรกันที่ทำให้เจ้า ETH นี้เติบโตอย่างบ้าคลั่งในปี 2021 วันนี้เรามาหาคำตอบกัน
สถานการณ์อันเลวร้ายที่เกิดขึ้นทั่วทั้งวงการ Cryptocurrency ได้ทำให้ความเชื่อมั่นของเหรียญต่าง ๆ รวมทั้ง Ether ยังคงอยู่ในขาลง แต่ทว่าเหล่ามหาเศรษฐีกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะนี่คือเวลาทองที่พวกเขาจะเข้าช้อนสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 2 มาครอบรองได้โดยง่าย
ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่

ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Tether กำลังเผชิญกับการลดลงของอุปทาน USDT ครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากนักลงทุนรายใหญ่ทยอยแลกคืนเหรียญออกจากระบบ สะท้อนแนวโน้มของสภาพคล่องที่หายไปจากตลาดคริปโต

มูลค่ารวมของตลาด Memecoin ดิ่งลงกว่า 34% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดคริปโตที่อ่อนแรง แต่แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า การร่วงครั้งนี้อาจไม่ใช่สัญญาณจบเกม แต่อาจเป็น “จุดยอมแพ้” ของนักลงทุนที่มักเกิดขึ้นก่อนที่ตลาดจะเริ่มฟื้นตัว

ผลสำรวจโดย OKX พบว่า Gen Z ราว 13% เคยใช้ คริปโตเคอร์เรนซี จ่ายค่าเดต ขณะที่อีกหลายรายยอมรับว่ายังไม่สามารถทำได้เพราะ “ไม่มีช่องทางการจ่ายโดยตรง” นอกจากนี้ คนรุ่นใหม่นี้ยังมองว่าความรู้ด้านการเงินเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้คู่เดตดูน่าสนใจมากขึ้น


Jan van Eck ผู้บริหารของ VanEck มองว่า Bitcoin กำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดของรอบตลาด โดยระบุว่าวัฏจักร Halving 4 ปีเป็นปัจจัยหลักที่กดดันราคาในปีนี้ มากกว่าปัจจัยพื้นฐาน พร้อมคาดว่าราคาจะค่อย ๆ ฟื้นตัวในระยะถัดไป

กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิ 458 ล้านดอลลาร์ ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า สะท้อนความต้องการจากสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดและตลาดการเงินโลกผันผวน

Samson Mow ผู้บริหารของบริษัท Jan3 มองว่า Bitcoin ยังมีมูลค่าต่ำกว่าทองคำและปริมาณเงินทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตัวชี้วัด BTC/Gold Z-score เข้าใกล้ระดับที่ในอดีตเคยนำไปสู่การฟื้นตัวแรง แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนถึงความเสี่ยงขาลง

ทองคำพุ่งขึ้นกว่า 153% ตั้งแต่ต้นปี 2024 ขณะที่ Bitcoin กลับปรับตัวลดลงราว 30% นักวิเคราะห์ชี้ว่าสถานการณ์นี้สะท้อนถึง “โครงสร้างตลาดที่เปลี่ยนไป” ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของปริมาณเงินทั่วโลก การปรับลดความเสี่ยงในหุ้นเทคโนโลยี และการปรับพอร์ตของนักลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยมากกว่า