แม้ว่า Bitcoin จะสามารถยืนเหนือระดับ 90,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่ดัชนี Crypto Fear & Greed กลับปรับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลของนักวิเคราะห์ต่อความยั่งยืนของแนวโน้มขาขึ้นในรอบนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นตลาดคริปโต (Crypto Fear & Greed Index) ร่วงหนักแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังราคา Bitcoin ดิ่งต่ำกว่า 92,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขาย Bitcoin ครั้งใหญ่โดยรัฐบาลสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินในอนาคต
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญเงินไหลออกติดต่อกัน 10 วันทำการ รวมมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Santiment มองอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเข้าใกล้จุดต่ำสุดระยะสั้น

Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin ระบุว่าแม้เม็ดเงินจากสถาบันจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น แต่แรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยยังคงเป็นปัจจัยสำคัญของตลาด ขณะเดียวกันก็มองว่าโอกาสที่ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 2026 มีเพียง 25% หลังราคาปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปี

ความต้องการจากตลาด Spot ที่อ่อนแรง บวกกับเงินที่ไหลเข้าจากนักขุดและสถานะ Short ที่เพิ่งเปิดใหม่ สร้างแรงกดดันขาลงให้กับราคา Bitcoin อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากตลาด Futures ชี้ว่านักลงทุนที่เปิดสถานะ Long ยังเชื่อมั่นในแนวรับสำคัญของ Bitcoin แม้กระแสเงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF และสัญญาณจาก Coinbase Premium จะเพิ่มความกังวลว่าความเชื่อมั่นของสถาบันอาจเริ่มเปลี่ยนไป