แม้ว่า Bitcoin จะสามารถยืนเหนือระดับ 90,000 ดอลลาร์ได้ต่อเนื่องตั้งแต่ต้นสัปดาห์ แต่ดัชนี Crypto Fear & Greed กลับปรับลดลงต่อเนื่อง สะท้อนความกังวลของนักวิเคราะห์ต่อความยั่งยืนของแนวโน้มขาขึ้นในรอบนี้
ดัชนีความเชื่อมั่นตลาดคริปโต (Crypto Fear & Greed Index) ร่วงหนักแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา หลังราคา Bitcoin ดิ่งต่ำกว่า 92,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการขาย Bitcoin ครั้งใหญ่โดยรัฐบาลสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงินในอนาคต
รายงานจาก ARK Invest คาดว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 61% โดย Bitcoin อาจมีราคาสูงถึง $1 ล้านต่อเหรียญภายในปี 2030 จากการยอมรับที่ขยายวงกว้างขึ้นทั่วโลก

ร่างกฎหมาย “Inflation Protection Act” เสนอให้รัฐเวสต์เวอร์จิเนียสามารถนำเงินไปลงทุนในโลหะมีค่า Stablecoin และคริปโตที่มีมูลค่าตลาดเกิน 750,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้มีเพียง Bitcoin

การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งเคยร่วงกว่า 20–30% ทุกครั้งหลัง BoJ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา

XRP ETF ดูดซับเหรียญกว่า 506 ล้านโทเค็นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หนุนแนวโน้มราคาขาขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ XRP ทำจุดสูงสุดใหม่ภายในปี 2026

Eric Balchunas ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุน ETF ระบุว่า Bitcoin ที่ยืนหยัดมาได้นานถึง 17 ปี และการฟื้นตัวจากวิกฤตหลายครั้ง ทำให้การเปรียบเทียบกับภาวะฟองสบู่ทิวลิปนั้นล้าสมัยไปแล้ว แม้จะมีการวิจารณ์อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน


Santiment ชี้การลดลงของมูลค่าตลาด Stablecoin กว่า 2.24 พันล้านดอลลาร์ใน 10 วันที่ผ่านมา อาจบ่งชี้ว่านักลงทุนถอนเงินออกจากคริปโต และเลือกถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและแร่เงินแทน Bitcoin

กองทุนคริปโตกลับมาถูกเทขายอีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin และ Ether นำการไหลออก หลังนักลงทุนขาดความมั่นใจในตลาด แม้บางเหรียญอย่าง Solana และ Chainlink จะยังคงมีเงินไหลเข้าก็ตาม

ผลสำรวจจาก Coinbase พบว่า นักลงทุนสถาบันกว่า 70% มองว่า Bitcoin ยังถูกประเมินมูลค่าต่ำเกินไปในช่วงระหว่าง 85,000–95,000 ดอลลาร์ แม้ราคาจะร่วงเกือบ 30% จากจุดสูงสุดในเดือนตุลาคม ขณะที่ทองคำและโลหะมีค่าทำสถิติใหม่

ทองคำพุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $5000 ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าและความกังวลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขณะที่ Bitcoin ร่วงลงต่อเนื่องกว่า 30% จากจุดสูงสุดเดือนตุลาคม สะท้อนความต้องการที่เอื้อต่อทองคำมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัล