ตลาดผันผวนหนัก! หุ้นเทคโนโลยีร่วง น้ำมันพุ่ง กดดัน Bitcoin เสี่ยงหลุด 60,000 ดอลลาร์
แรงขายในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF กว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ กำลังกดดันตลาดคริปโตอย่างหนัก ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงได้ และมีโอกาสหลุดแนวรับสำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์

แรงขายในหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูง และเงินทุนไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF กว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ กำลังกดดันตลาดคริปโตอย่างหนัก ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin ยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงได้ และมีโอกาสหลุดแนวรับสำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์
Bitcoin กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังตลาดการเงินโลกเข้าสู่ภาวะผันผวนจากการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐ ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่อาจกลับมาอีกครั้ง
ดัชนี Nasdaq 100 ปรับตัวลดลงถึง 7.5% ภายในเวลาเพียง 7 วัน ส่งผลให้มูลค่าตลาดหายไปกว่า 2.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งมากกว่ามูลค่าตลาดรวมของ Bitcoin ทั้งระบบ
การปรับฐานดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่าระดับแนวรับสำคัญบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ของ Bitcoin อาจถูกทดสอบอีกครั้งในอนาคตอันใกล้
ราคาน้ำมันพุ่ง ดันความกังวลเงินเฟ้อกลับมา
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดคือความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งทะลุ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลว่าภาวะเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อ และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ต้องคงนโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไปนานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์
ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงแรงงานสหรัฐยังตอกย้ำความกังวลดังกล่าว หลังดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
ผลจากข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดเริ่มให้น้ำหนักถึง 40% ที่ Fed อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเพียง 5% เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ตามข้อมูลจาก CME FedWatch Tool
ตลาดปรับลดความเสี่ยง ส่งผลต่อ Bitcoin
สัญญา Bitcoin Futures ล่าสุดซื้อขายด้วยราคา Premium ต่ำกว่า 4% เมื่อเทียบกับตลาด Spot ซึ่งถือว่าต่ำกว่าระดับปกติและสะท้อนว่าความต้องการใช้ Leverage ฝั่งขาขึ้นยังคงอ่อนแรง
ในขณะเดียวกัน การเสนอขายหุ้น IPO ของ SpaceX มูลค่า 75,000 ล้านดอลลาร์ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีความต้องการซื้อสูงกว่าจำนวนหุ้นที่เสนอขายมากกว่า 2 เท่า
นักวิเคราะห์มองว่าเม็ดเงินจำนวนมากกำลังไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเทคโนโลยีและโครงการด้าน AI แทนที่จะเข้าสู่ตลาดคริปโต
Google ประกาศแผนระดมทุน 80,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Oracle และ Super Micro Computer เตรียมระดมทุนอีก 40,000 ล้านดอลลาร์ และ 7,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรองรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายยังไม่มองว่าหุ้น AI กำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ โดยเฉพาะหลัง SpaceX สามารถสร้างสถิติ IPO ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยมูลค่าบริษัทราว 1.77 ล้านล้านดอลลาร์
Strategy หยุดซื้อ Bitcoin ชั่วคราว ซ้ำเติมแรงกดดัน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดคือการที่บริษัท Strategy ของ Michael Saylor ตัดสินใจชะลอการสะสม Bitcoin ชั่วคราว เพื่อบริหารภาระหนี้จากหุ้นกู้แปลงสภาพ
การตัดสินใจดังกล่าวทำให้เงินสดสำรองของบริษัทเหลือเพียงพอสำหรับการจ่ายเงินปันผลประมาณ 7 เดือน และส่งผลให้หุ้นบุริมสิทธิ STRC ซื้อขายต่ำกว่าระดับ 100 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสำคัญสำหรับการระดมทุนเพิ่มเติม
ในอดีต Strategy ถือเป็นหนึ่งในผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของตลาด และมีบทบาทสำคัญต่อแรงซื้อจากสถาบัน
เงินไหลออกจาก Spot Bitcoin ETF กว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์
ข้อมูลล่าสุดยังแสดงให้เห็นว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐมีเงินไหลออกสุทธิกว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายนเพียงเดือนเดียว
ตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าเป็นสัญญาณสะท้อนความต้องการลงทุนจากสถาบัน ซึ่งในช่วงหลายเดือนก่อนหน้านี้ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin ขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่
เมื่อแรงซื้อจาก ETF ชะลอตัวลง ประกอบกับภาวะตลาดการเงินโลกที่หลีกเลี่ยงความเสี่ยงมากขึ้น Bitcoin จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐานของตลาดหุ้นได้อย่างที่นักลงทุนบางส่วนคาดหวัง
ด้วยแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค เงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และการไหลออกของเงินทุนจาก ETF นักวิเคราะห์มองว่าความเสี่ยงที่ Bitcoin จะปรับตัวลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญบริเวณ 60,000 ดอลลาร์ยังคงมีอยู่ และยังไม่ควรถูกมองข้ามในระยะสั้น
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








