ถือเป็นอีกครั้งที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ใช้สิทธิ์ที่พวกเขามีในมือเพื่อเลื่อนการตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดตั้งกองทุน Bitcoin ETF ออกไป และนั่นทำให้ ณ ปัจจุบัน มีคำขอจัดตั้ง Bitcoin ETF มากกว่าแปดรายการกำลังรอการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต. ของสหรัฐอเมริกา
หลังจากที่ Gary Gensler ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการได้ไม่นาน เขาก็ไม่รอช้า และเริ่มสร้างความชัดเจนให้เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมคริปโต โดยร้องขอให้รัฐสภาสหรัฐฯ ทำการตัดสินใจที่สำคัญบางประการเกี่ยวกับกฎระเบียบเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล
ก.ล.ต. สหรัฐฯ ออกมาดับฝันเหล่านักลงทุนอีกครั้ง โดยเลื่อนการพิจารณาคำร้องขอจัดตั้ง Bitcoin EFT ของ VanEck ไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม ซึ่งหากพวกเขายังเลื่อนอยู่แบบนี้ ท้ายที่สุดเราอาจจะได้เห็นการพิจารณาเรื่องดังกล่าวอีกทีในเดือนพฤศจิกายน
ข้อมูลตลาดล่าสุดชี้ว่า Bitcoin เริ่มแสดงสัญญาณแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับทองคำ หลังอัตราส่วน BTC–ทองคำฟื้นตัวจากแนวรับสำคัญ ขณะที่กระแสเงินทุนเริ่มไหลเข้าสู่ Bitcoin ETF อีกครั้ง ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก

ข้อมูลตลาดระบุว่าการลงทุนใน Bitcoin มักต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีจึงมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความผันผวนระยะสั้นอาจทำให้นักลงทุนที่เข้าซื้อใกล้จุดสูงสุดต้องเผชิญกับการขาดทุนในช่วงแรก

ข้อมูลจาก Bitwise ระบุว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin อย่างน้อย 3 ปี มีโอกาสขาดทุนเพียง 0.7% ขณะที่ผู้ที่ถือ 3–5 ปียังคงมีกำไรเฉลี่ยราว 90% แม้ราคาจะปรับฐานแรงรอบล่าสุด

แม้ตลาดคริปโตจะอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่องหลายเดือน แต่ข้อมูลบล็อกเชนชี้ว่า “วาฬ Bitcoin” ได้กลับมาซื้อสะสมเหรียญอีกครั้งกว่า 236,000 BTC นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 โดยข้อมูลคำสั่งซื้อเฉลี่ยบนตลาด Spot บ่งชี้ถึงการกลับมาของนักลงทุนรายใหญ่


ภูฏานทยอยขาย Bitcoin ต่อเนื่อง ล่าสุดโอนออกกว่า $72 ล้าน ทำให้การถือครองลดลงเหลือราว 4,400 BTC จากจุดสูงสุดกว่า 13,000 BTC

แม้ Bitcoin จะปรับตัวลงต่ำกว่า $71,000 แต่ข้อมูลตลาดยังสะท้อนว่าขาขึ้นอาจยังไม่จบ โดยมีแรงซื้อจาก ETF และ Strategy ช่วยหนุน ขณะที่การใช้ Leverage ในตลาดยังคงอยู่ในระดับต่ำ