แม้ราคาของ Bitcoin จะชะลอตัวอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 110,000 ดอลลาร์เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ความต้องการจากนักลงทุนสถาบันยังคงแข็งแกร่ง สะท้อนจากกระแสเงินไหลเข้าสู่กองทุน Spot Bitcoin ETF และข้อมูลจากตลาดอนุพันธ์ที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มเชิงบวก
กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ มียอดเงินไหลเข้าสุทธิรวมกว่า 381.3 ล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน ขณะที่มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมทะยานต่อเนื่องในช่วงวันหยุดยาว
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลคริปโต Santiment ระบุว่า กระแสความหวังต่อกฎหมาย CLARITY Act ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความคึกคักให้ตลาด Bitcoin แต่ก็เตือนว่านักลงทุนควรระวัง เพราะตลาดคริปโตมักเคลื่อนไหวสวนทางกับความคาดหวังของคนส่วนใหญ่

ธนาคารกลางอังกฤษกำลังพิจารณาปรับกฎควบคุม Stablecoin ใหม่ หลังบริษัทคริปโตจำนวนมากมองว่าข้อจำกัดเดิมเข้มงวดเกินไป ทั้งเรื่องเพดานการถือครองและเงื่อนไขเงินสำรอง ซึ่งอาจทำให้ Stablecoin ที่ผูกกับเงินปอนด์แข่งขันกับ Stablecoin ดอลลาร์ได้ยาก

Arthur Hayes มองว่า สงครามในตะวันออกกลางและการแข่งขันด้าน AI ระหว่างสหรัฐฯ กับจีน จะผลักดันให้รัฐบาลทั่วโลกอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคา Bitcoin กลับไปทดสอบระดับสูงสุดเดิมที่ 126,000 ดอลลาร์ภายในปีนี้


แม้ราคา Ethereum จะปรับตัวลดลงอย่างหนักในปีนี้ แต่นักวิเคราะห์มองว่า ETH ยังมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในตลาด DeFi, Stablecoin และระบบ Staking ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

Santiment มองว่า กระแสเงินไหลที่ออกจาก Spot Bitcoin ETF อาจไม่ใช่สัญญาณลบอย่างที่ตลาดกังวล แต่กลับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการสะสม Bitcoin ระยะยาว