Bitcoin เสี่ยงเผชิญแรงขายระลอกใหม่ หลัง 50,000 BTC ถูกโอนเข้าเว็บเทรดขณะที่ยังขาดทุน
ข้อมูลออนเชนเผย Bitcoin เกือบ 50,000 BTC ถูกโอนเข้าสู่กระดานเทรดขณะที่ยังขาดทุน หลังแรงกดดันจากนักลงทุนระยะสั้นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท่ามกลางแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ยังคงอ่อนแรง

ข้อมูลออนเชนเผย Bitcoin เกือบ 50,000 BTC ถูกโอนเข้าสู่กระดานเทรดขณะที่ยังขาดทุน หลังแรงกดดันจากนักลงทุนระยะสั้นพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี ท่ามกลางแรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันที่ยังคงอ่อนแรง
Bitcoin เริ่มส่งสัญญาณการเข้าสู่ภาวะ Capitulation หรือการยอมแพ้ของนักลงทุนระยะสั้นอีกครั้ง หลังข้อมูลออนเชนพบว่ามี Bitcoin ประมาณ 50,000 BTC ถูกโอนเข้าสู่กระดานซื้อขายพร้อมกับการขาดทุนภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่ตัวชี้วัดหลายรายการสะท้อนว่าแรงกดดันในตลาดกำลังเพิ่มสูงขึ้น
ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่า มูลค่าตลาดของกลุ่ม Short-Term Holders (STH) หรือผู้ถือ Bitcoin ที่ถือครองเหรียญไม่เกิน 155 วัน ลดลงเหลือ 237,700 ล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 26 มิถุนายน ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2024
ตัวชี้วัดดังกล่าวสะท้อนมูลค่าตลาดของ Bitcoin ที่ถือโดยนักลงทุนระยะสั้น โดยล่าสุดมูลค่าตลาดของกลุ่มนี้ลดลงต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ย (Realized Value) แล้ว แสดงให้เห็นว่านักลงทุนรายใหม่จำนวนมากกำลังเผชิญภาวะขาดทุนทางบัญชี (Unrealized Loss)
แม้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันจะเคยเกิดขึ้นในช่วงการปรับฐานเดือนตุลาคม 2024 ก่อนที่ Bitcoin จะสร้างจุดต่ำสุดสำคัญของรอบ แต่ CryptoQuant ระบุว่าตัวเลขล่าสุดควรถูกตีความว่าเป็น สัญญาณสะท้อนความตึงเครียดของตลาด มากกว่าจะเป็นการยืนยันว่าราคากำลังสร้างฐานแล้ว
แรงขายจากนักลงทุนระยะสั้นเพิ่มขึ้นชัดเจน
นอกจากตัวชี้วัดด้านมูลค่าตลาดแล้ว พฤติกรรมการเคลื่อนย้ายเหรียญยังสะท้อนแรงขายที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
โดยมี Bitcoin จากกลุ่มนักลงทุนระยะสั้นราว 50,000 BTC ถูกโอนเข้าสู่กระดานซื้อขายในขณะที่ยังคงขาดทุน ซึ่งนับเป็นปริมาณสูงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายน
เฉพาะบน Binance มีการรับฝาก Bitcoin ในลักษณะดังกล่าวประมาณ 9,500 BTC ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน สะท้อนว่านักลงทุนรายใหม่จำนวนมากเริ่มยอมขายเมื่อราคาปรับตัวลง
อย่างไรก็ตาม ตลาดยังมีสัญญาณเชิงบวกจากฝั่งนักลงทุนระยะยาว โดยข้อมูลระบุว่า Bitcoin ที่ไหลเข้าสู่ Accumulation Addresses หรือกระเป๋าที่มีพฤติกรรมถือครองระยะยาว พุ่งแตะ 181,000 BTC เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเกือบสองเท่าของสถิติเดิมที่ 94,700 BTC ในเดือนกุมภาพันธ์ 2022
เนื่องจากกระเป๋าเหล่านี้แทบไม่มีประวัติการขายเหรียญ การไหลเข้าที่เพิ่มขึ้นจึงสะท้อนว่า นักลงทุนระยะยาวกำลังดูดซับอุปทานจากตลาด ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นกำลังทยอยยอมแพ้และขายออก
ปัจจัยมหภาคยังไม่เอื้อต่อ Bitcoin
Darkfost นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant ระบุว่า ความต้องการซื้อจากนักลงทุนสถาบันยังคงอ่อนแรง โดย Coinbase Premium Index ติดลบต่อเนื่องเป็นเวลา 40 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม
ดัชนีดังกล่าวใช้เปรียบเทียบราคา Bitcoin ระหว่าง Coinbase Advanced และ Binance หากราคา Bitcoin บน Coinbase ต่ำกว่า Binance อย่างต่อเนื่อง มักสะท้อนว่าแรงขายจากนักลงทุนสถาบันมีมากกว่านักลงทุนรายย่อย
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงสร้างแรงกดดันต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง หลังตัวเลข PCE Inflation ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยอยู่ที่ 4.1% สูงกว่าคาดการณ์ที่ 4.0% ขณะที่ Core PCE อยู่ที่ 3.4% สูงกว่าที่คาดไว้ 3.3% ส่วน GDP ก็เติบโตที่ 2.1% สูงกว่าประมาณการเช่นกัน
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะผ่อนคลายนโยบายการเงินในระยะสั้น
Darkfost กล่าวว่า
"ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคที่ยังไม่เอื้อต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin"
Bitwise จับตา Strategy หลังต้นทุนเริ่มตึงตัว
บริษัทจัดการสินทรัพย์ Bitwise ระบุว่า การประชุมล่าสุดของ Fed ส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินแบบเข้มงวดมากขึ้น หลังคณะกรรมการปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายปี 2026 จาก 3.4% เป็น 3.8% พร้อมลดแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
บริษัทมองว่าสภาพคล่องที่ตึงตัวเกิดขึ้นพร้อมกับการไหลออกอย่างต่อเนื่องของผลิตภัณฑ์ลงทุนคริปโต โดยเฉพาะ Spot Bitcoin ETF
นอกจากนี้ Bitwise ยังจับตา Strategy ซึ่งเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก โดยระบุว่าในปี 2026 บริษัทสะสม Bitcoin เพิ่มแล้ว 174,300 BTC ซึ่งประมาณ 96,000 BTC หรือ 55% ของการซื้อทั้งหมดมาจากการระดมทุนผ่านหุ้นบุริมสิทธิ์ STRC ส่วนอีก 77,500 BTC มาจากการขายหุ้นสามัญ MSTR
อย่างไรก็ตาม CryptoQuant ระบุว่า STRC ซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ (Par Value) ที่ 100 ดอลลาร์เป็นประวัติการณ์ โดยเคยร่วงลงแตะ 82.50 ดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อนอ่อนตัวลงสู่บริเวณ 73 ดอลลาร์ ในการซื้อขายก่อนเปิดตลาดเมื่อวันศุกร์
ขณะเดียวกัน เงินสดสำรองของ Strategy ลดลง 38% ตั้งแต่ต้นปี 2026 หลังบริษัทซื้อคืนหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์
ภาระการจ่ายเงินปันผลประจำปีของ STRC ยังเพิ่มขึ้นจาก 300 ล้านดอลลาร์ เป็น 1,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ระยะเวลาที่เงินสดสามารถรองรับการจ่ายเงินปันผลลดลงเหลือเพียง 14 เดือน จากเดิมที่เคยรองรับได้นานถึง 7 ปี
นักวิเคราะห์มองว่า ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าความสามารถในการระดมทุนของหนึ่งในผู้ซื้อ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดของตลาดกำลังเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ซึ่งอาจซ้ำเติมบรรยากาศเชิงลบของตลาดในช่วงที่แรงขายจากนักลงทุนระยะสั้นยังคงเร่งตัวอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








