Bitcoin ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ที่ $108,865 ท่ามกลางแรงขายจากนักลงทุนสถาบันในตลาด Futures แต่ข้อมูลจาก Hyblock ชี้ว่านักลงทุนในตลาด Spot เริ่มกลับเข้ามาซื้อเพิ่ม โดยมีโอกาสหนุนให้ราคาฟื้นตัวจากโซนแนวรับบริเวณ $107,000
ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งแตะระดับ $116,000 ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้ ท่ามกลางสัญญาณบวกจาก 3 ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เอื้อต่อแนวโน้มขาขึ้น ทั้งแรงซื้อจาก ETF ที่เพิ่มขึ้น ความไม่แน่นอนของธนาคารกลางสหรัฐฯ และปริมาณเหรียญในตลาดที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
นักวิเคราะห์เตือน Bitcoin ต้องหลีกเลี่ยงการร่วงต่ำกว่าแนวรับ $100,000 แม้มีสัญญาณบวกจากตัวเลขเงินเฟ้อ ขณะที่ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน โดยเฉพาะภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นถึง 55% ซึ่งอาจกระทบความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยง
การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่นในวันศุกร์นี้อาจกลายเป็นสัญญาณลบต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก รวมถึง Bitcoin ซึ่งเคยร่วงกว่า 20–30% ทุกครั้งหลัง BoJ ขึ้นดอกเบี้ยในรอบที่ผ่านมา

XRP ETF ดูดซับเหรียญกว่า 506 ล้านโทเค็นภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน หนุนแนวโน้มราคาขาขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ XRP ทำจุดสูงสุดใหม่ภายในปี 2026

Eric Balchunas ผู้เชี่ยวชาญด้านกองทุน ETF ระบุว่า Bitcoin ที่ยืนหยัดมาได้นานถึง 17 ปี และการฟื้นตัวจากวิกฤตหลายครั้ง ทำให้การเปรียบเทียบกับภาวะฟองสบู่ทิวลิปนั้นล้าสมัยไปแล้ว แม้จะมีการวิจารณ์อย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน

นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ชี้ถึงปัจจัยสำคัญหลายประการ เช่น สภาวะ "การล้างสัญญาเก็งกำไรขั้นรุนแรง" และตัวชี้วัดอื่น ๆ ที่สามารถช่วยให้ Bitcoin สามารถรักษาฐานราคาไว้ได้และมีศักยภาพในการปรับตัวสูงขึ้นต่อไป

รัฐบาลท้องถิ่นของเท็กซัสเข้าถือ Spot Bitcoin ETF และจัดสรรอีก 5 ล้านดอลลาร์ สำหรับการเข้าซื้อ Bitcoin โดยตรงผ่านการเก็บรักษาด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับรัฐของสหรัฐฯ ที่กำลังเพิ่มขึ้น


บริษัทการลงทุนชื่อดัง Andreessen Horowitz ระบุว่าเทคโนโลยีอย่าง AI และคริปโตคือ “สถาปัตยกรรมแห่งอนาคต” ที่สหรัฐฯ ต้องชนะให้ได้ หากต้องการรักษาความเป็นผู้นำของโลกในอีก 100 ปีข้างหน้า

นักลงทุนระยะยาวของ Bitcoin เพิ่งผ่านช่วงเทขายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ซึ่งทำให้ตลาดผันผวนตลอดปี 2025 แต่ข้อมูลออนเชนล่าสุดชี้ว่าแรงขายเริ่มลดลง และอาจเป็นจุดเริ่มต้นของขาขึ้นครั้งใหม่ในปี 2026

Bloomberg คาดการใช้งาน Stablecoin จะขยายตัวทั่วโลกในฐานะเครื่องมือชำระเงินหลักของระบบการเงินยุคใหม่ หลังปริมาณธุรกรรมโตเฉลี่ยปีละกว่า 80%

การขุด Bitcoin ไม่เพียงแต่เปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน แต่ยังช่วยเร่งการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาด ลดของเสียจากความร้อน และลดการปล่อยก๊าซมีเทนทั่วโลก