Square บริษัท Fintech ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินของ Jack Dorsey เพิ่งประกาศไม่นานมานี้ว่าได้เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคิดเป็น 1% ของสินทรัพย์สำรองของบริษัท แต่ถึงแม้ว่าปริมาณการถือครอง Bitcoin นั้นจะน้อยกว่าการลงทุนใน BTC ของบริษัท MicroStrategy อยู่หลายขุม ทว่าตามหลักของตลาด Crypto นั้นถูกคาดการณ์ว่านี่เป็นการก้าวนำที่ไกลกว่ามาก

ทำน้อย แต่ได้มาก

Square ได้ลงทุนซื้อ Bitcoin เป็นมูลค่ามากกว่า 4,700 BTC ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานหลังจากบริษัทด้าน Business Intelligence อย่าง MicroStrategy ได้ทำการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin เป็นครั้งที่สอง ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 175 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนกันยายน

ขณะที่การลงทุนใน Bitcoin ของ Square นั้นน้อยกว่าการซื้อ Bitcoin มูลค่า 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ของ MicroStrategy ในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายนอย่างเห็นได้ชัด แต่ผลที่ตามมาอาจมีมูลค่ามากกว่าในแง่ของ ทัศนวิสัยและการเจริญเติบโตอย่างเต็มรูปแบบของ Bitcoin ในตลาดกระเเสหลัก โดยมีเหล่าผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมากหน้าหลายตา ได้ออกมาพูดคุยถกเถียงเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่มีความหมายต่อ Bitcoin และอุตสาหกรรม Cryptocurrency ในครั้งนี้

ตามรายงานของ Forbes เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม Tim Enneking กรรมการผู้จัดการของ Digital Capital Management กล่าวว่าการลงทุนของ Square นั้น “ส่งผลกระทบมากกว่าการประกาศของ MicroStrategy”

Enneking กล่าวว่า:

“แม้ว่าการลงทุนของ MicroStrategy นั้นจะมีจำนวนมากกว่าก็ตาม แต่ด้วยตัวบริษัท และซีอีโอ (Michael Saylor) นั้นยังไม่เป็นที่รู้จักเหมือนอย่าง Square และ Dorsey โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี”

Forbes รายงานว่าความคิดเห็นเหล่านี้ได้รับการสนับสนุนโดย Jesse Proudman ซีอีโอของกองทุนป้องกันความเสี่ยงด้าน Crypto อย่าง Strix Leviathan เขาได้ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม ในการวิเคราะห์ของ Enneking โดย Proudman กล่าวว่า

"เนื่องจาก Bitcoin นั้นมีมูลค่าที่แตกต่างกันเฉพาะบุคคล และการนำมาใช้ในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอาจมีได้หลายรูปแบบ […] ด้วยความโดดเด่นของ Jack Dorsey นั้น การถือครอง Bitcoin ของ Square จะทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น ในแนวคิดที่ว่า Bitcoin นั้นเป็นตัวป้องกันความเสี่ยงของอัตราเงินเฟ้อ ของสกุลเงิน USD"

Proudman กล่าวเพิ่มเติมว่า “นี่นับเป็นบริษัทมหาชนแห่งที่สองหลังจากการซื้อล่าสุดของ MicroStrategy ที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อสร้างคลื่นความสนใจให้กับเหล่านักลงทุนกระแสหลักในภายภาคหน้า”

ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยสถาบัน TradeBlock อย่างคุณ JoshTodaro กล่าวว่า:

“ไม่เหมือนกับการลงทุนในสถาบันที่ปรับใช้มาจากมุมมองของกองทุนที่เราเคยเห็นในอดีต ตอนนี้เราเห็นการลงทุนของสถาบันที่ปรับใช้มาจากมุมมองขององค์กรที่ปฏิบัติต่อ Bitcoin ว่าเป็นการลงทุนเพื่อเก็งกำไรน้อยลงและปฎิบัติต่อ Bitcoin ให้เป็นสินทรัพย์สำรองที่ทนต่อเงินเฟ้อขององค์กรมากขึ้น”

ความล้มเหลวของดอลลาร์ และ อัตราการ Double-dip Recession ที่สูงเป็นตัวเร่งชั้นดีของการใช้ BTC

ความไม่แน่นอนของตลาดได้เร่งให้มีการนำ Bitcoin มาใช้ในระดับสถาบัน เนื่องจากสกุลเงิน Crypto ถูกมองในฐานะการลงทุนแบบเก็งกำไรน้อยลง และหันมาใช้ในฐานะสินทรัพย์สำรองที่ทนต่อเงินเฟ้อมากขึ้น

นักเศรษฐศาสตร์อย่าง Stephen Roach เชื่อว่าการที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐพังพินาศและภาวะเศรษฐกิจถดถอยซ้ำซ้อน (Double-dip Recession) นั้นสูงกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง Bitcoin ได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐมาเป็นเวลานานเนื่องจากเงินดอลลาร์เป็นสินทรัพย์สำรองที่สำคัญของโลกของโลก