กลุ่มบริษัทการเงินของญี่ปุ่น SBI Holdings Inc. กำลังเจรจากับ บริษัทการเงินในต่างประเทศเพื่อสร้างกิจการร่วมค้าสกุลเงินดิจิทัล (Joint Venture) โดย CEO กล่าวว่าบริษัทวางแผนที่จะขยายธุรกิจให้เติบโตและผลักดันให้มันเป็นเสาหลักในการทำกำไรให้กับบริษัท

นักลงทุนเลือกลงทุนคริปโตมากขึ้นแล้ว

SBI เป็นโบรกเกอร์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นและให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งผู้ก่อตั้งบริษัทคุณ Yoshitaka Kitao ได้ประกาศว่าจะให้บริการคริปโตตอนที่ Bitcoin และ Ethereum เป็นการลงทุนทางเลือกที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกลงทุนและตลาดคริปโตก็เติบโตอย่างรวดเร็ว

คุณ Kitao ได้เปลี่ยนมุมมองที่มีต่คริปโตและนักลงทุนทั่วโลกตอนนี้ก็เลือกลงทุนคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่บริษัท Tesla ก็เทเงินมูลค่ากว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ลงใน Bitcoin เป็นการลงทุนทางเลือกของบริษัท

ด้านคุณ Kitao กล่าวกับสำนักข่าว Reuter ว่านักลงทุนสถาบันซึ่งส่วนใหญ่เป็นกองทุนจัดการความเสี่ยงก็เพิ่งเริ่มลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล ไม่ใช่แค่นักลงทุนสถาบันเท่านั้น แต่นักลงทุนที่เป็นปัจเจกบุคคลก็หันมาลงทุนใน Bitcoin และเหรียญคริปโตอื่น ๆ มากขึ้น

อย่างไรก็ตามคุณ Kitao ยังไม่ได้เปิดว่าได้เข้าเจรจากับบริษัท ใดแต่เขาก็กล่าวว่าจะพยายามให้การร่วมทุนกันครั้งนี้เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจและเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต

การตัดสินใจครั้งสำคัญของ SBI

ก่อนหน้านี้บริษัท SBI ได้ซื้อกิจการ Tao Tao ไปเมื่อปีที่แล้วและได้เข้าถือหุ้น 90% ใน B2C2 ผู้ผลิตคริปโตในลอนดอน กำไรก่อนหักภาษีจากภาษีธุรกิจสกุลเงินดิจิทัลอยู่ที่ 6.7 พันล้านเยน (63.9 ล้านดอลลาร์) สิ้นสุดเดือนธันวาคม กำไรเพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

คุณ Kitao มั่นใจว่าธุรกิจคริปโตจะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญที่สุดของ SBI ในอนาคต ก่อนหน้านี้บริษัท SBI ได้เปิดตัวบริการให้กู้ยืมคริปโตผ่านแผนการซื้อขาย Bitcoin ของ SBI VC Trade บริการดังกล่าวนี้สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ให้กู้ปีละหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ทีมงานอธิบายว่าผู้ให้กู้จะได้รับ APY สูงสุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์จากการถือครอง Bitcoin ของพวกเขาและแต่ละสัญญามีอายุ 84 วัน บริษัทจะมีการเพิ่มสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้รวมถึง XRP และ Ether ด้วย