หลังจากที่ Bitcoin ได้ทำจุดสูงสุดในช่วงนี้ที่ 12,486 ดอลลาร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มูลค่าของเหรียญดังกล่าวกลับร่วงลงมามากกว่า 6% ในวันเดียวอยู่ที่ราวๆ 11,654 ดอลลาร์ในปัจจุบัน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นได้เกิดขึ้นพร้อมกับการกลับตัวเป็นขาขึ้นของตลาดหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯอย่าง S&P 500 ซึ่งการพุ่งขึ้นลงดังกล่าวของเหรียญได้ถูกนักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเป็นการ Correction หรือกับปรับสมดุลราคาที่อาจส่งให้ราคาลงไปมากกว่านี้ได้

False Breakout

นาย Kevin Svenson หนึ่งในนักวิเคราะห์ตลาดคริปโตได้ออกมากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงราคาดังกล่าวว่าเป็น False Breakout หรือการกลับตัวแบบหลอกๆ เนื่องจากการปรับตัวลงของราคานั้นได้รับอิทธิพลจากการตั้งเป้าเทขายเหรียญของนักเทรดรายวันซึ่งได้ปล่อยเหรียญออกไปในช่วงราคาสูงสุดเพื่อทำกำไรในระยะสั้น ทำให้ราคานั้นร่วงลงมาอีกครั้งครั้งจนทะลุเส้นแนวต้านสำคัญหลายระดับและอาจจะร่วงลงไปมากกว่านี้ได้อีกด้วย แต่ทั้งนี้ตัวเขายังคงมั่นใจว่าตลาดจะกลับมาคึกคักอีกแน่นอนหากตลาดหุ้นแตะจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง

สถานการณ์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

ในช่วงไม่นานที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยฉพาะ S&P 500 นั้นได้มีการปรับตัวสูงขึ้นมากหลังจากที่ปล่อยพื้นที่ให้แก่ตลาดคริปโตในช่วงไตรมาสที่สองของปี โดยล่าสุดได้กลับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงวันอังคารที่ผ่านมา พร้อมกับการเติบโตของหุ้นในกิจการเกี่ยวกับเทคโนโลยีเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของตลาดหุ้นในช่วงนี้นั้น นักวิเคราะห์ต่างได้มองว่าเป็นผลมาจากนโยบายการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐฯ รวมไปถึงการออกนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยธนาคารกลางของสหรัฐฯไปอยู่ที่ 0% ตั้งแต่ในช่วงเดือนมีนาคม ไปจนถึงการทุ่มเงินซื้อตราสารหนี้ของภาคเอกชนครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการช่วยพยุงภาคเอกชนให้สามารถรอดพ้นจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื่อไวรัส COVID-19 ได้นั่นเอง

ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวของภาครัฐฯกลับส่งผลกระทบในแง่ลบต่อกระแสเงินหมุนเวียนภายในของตนเอง เนื่องจากตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐฯอย่างพันธบัตรนั้นกลับมีอัตราผลตอบแทนที่ลดลงแตะจุดต่ำสุดในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย ดังนั้นเองจึงเป็นอีกเหตุผลที่นักลงทุนจะหันไปหาตัวเลือกการลงทุนอื่นๆที่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าเช่น หุ้น ทองคำหรือแม้แต่สกุลเงินคริปโตนั่นเอง