ภาพรวมของ Bitcoin นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องด้วยการยอมรับจากองค์กรต่าง ๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้เกิดแรงสนับสนุน Bitcoin ตามมาอย่างมหาศาลในปีนี้ โดย BTC นั้นค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่การลงทุนในตลาดกระแสหลักอย่างช้า ๆ

หนึ่งในวิวัฒนาการที่เห็นเด่นชัดที่สุดในปี 2020 อาจเป็นการที่สถาบันต่าง ๆ เช่น MicroStrategy, Square และ Grayscale ตัดสินใจหันมาลงทุนกับ Bitcoin ซึ่งสวนกระแสแนวคิดกระแสหลักส่วนใหญ่ที่มองว่าการลงทุนกับสกุลเงินดิจิทัลนั้นถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมีความผันผวนค่อนข้างมาก

Bitcoin คือ ทองคำดิจิทัล

มุมมองที่มีต่อ Bitcoin ได้เปลี่ยนไปอย่างมากในปี 2020 โดย Jesse Powell ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO แห่ง Kraken ได้อธิบายเหตุผลของเรื่องดังกล่าวเอาไว้ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Bloomberg เขากล่าวว่าด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น และการอ่อนตัวลงของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐในปีนี้กระตุ้นให้เกิดการผลิตเงินสดจำนวนมหาศาล นักลงทุนจำนวนมากต่างพุ่งความสนใจไปที่สินทรัพย์ที่สามารถเก็บมูลค่าไว้ได้ประเภทอื่นเพื่อทำการรักษาทรัพย์สินของตนเองเอาไว้ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ถือเป็นการจุดประกายให้ Bitcoin และ Tech Stock มีมูลค่าเติบโตขึ้นมากในตลาด

Powell อธิบาย

Jesse Powell ผู้ร่วมก่อตั้ง และ CEO แห่งบริษัท Kraken
“การถือครองเงินดอลลาร์ดูเหมือนจะกลายเป็นกระบวนการที่มีความเสี่ยงมากกว่าเมื่อเทียบกับการถือครอง Bitcoin ซึ่งมีจำนวนจำกัด, คาดเดาได้ และสามารถเก็บรักษามูลค่าไว้ได้นานกว่าทองคำเสียอีก”

Powell ได้เชื่อมโยงเรื่องดังกล่าวเข้ากับข้อเท็จจริงที่ว่าเหล่านักลงทุนนั้นไม่เชื่อมั่นในตัวสกุลเงินหลักของประเทศในฐานะสินทรัพย์ที่เก็บมูลค่าเอาไว้ได้อีกต่อไป มากกว่าที่จะเปรียบเทียบกับข้อเท็จจริงอีกประการหนึ่งที่ว่าตลาดหุ้น และ Bitcoin นั้นแปรผกผันซึ่งกัน และกัน โดยนาย Powell ระบุว่าการเติบโตของ Bitcoin และ Tech Stock ในปีนี้ทำให้เหล่านักลงทุนมองสินทรัพย์ดังกล่าวในฐานะแหล่งสินทรัพย์ที่สามารถเก็บมูลค่าได้ดีกว่าเงินดอลลาร์

เหตุใด Bitcoin และ Tech Stock จึงเติบโตขึ้นมากในปีนี้

ทั้ง Bitcoin และ Tech Stockเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางในกลุ่มนักลงทุนต่อเรื่องการปกป้องความมั่งคั่งในปี 2020 เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve - Fed) มีแผนที่จะทำการพิมพ์ธนบัตรออกมาจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์มีมูลค่าลดต่ำลง

นาย Powellกล่าว

“ในอดีต Bitcoin นั้นไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับตลาดหุ้นเลย ผมคิดว่าสิ่งที่เราได้เห็นในตอนนี้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์ทางการเงินที่ทั้งกำลังลุกเป็นไฟ และส่งผลต่อการพิมพ์เงินสดที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ณ ขณะนี้ด้วยเช่นกัน”

การตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve - Fed) ในการพิมพ์เงินจำนวนมหาศาลต่อไปนั้นเพื่อช่วยบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมด ในขณะนี้ได้มีการจัดตั้งฉันทามติขึ้นในทำเนียบขาวเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวถึงงบประมาณสำหรับมาตรการบรราเทาทุกข์จะมีจำนวน 9 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมทั้งการแจกจ่ายเงินให้กับประชาชนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวโดยตรงอีกจำนวน 6 แสนล้านดอลลาร์ ตราบใดที่สหรัฐอเมริกายังคงออกมาตรการบรรเทาทุกข์ดังกล่าวอยู่ เหล่านักลงทุนก็จะยังคงหันมาให้ความสนใจ Bitcoin และหุ้นต่อไป เพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันเงินเฟ้อ

Powell ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่าแม้ Bitcoin จะได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามในปีนี้ และยังคงเป็นเช่นนั้นต่อไปเรื่อย ๆ แต่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ (The Safe-Haven Asset) จะยังคงมีความผันผวนเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่องเช่นเดิม จนกว่าอัตราการยอมรับขององค์กรต่าง ๆ จะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ซึ่งจะส่งผลให้ราคาของ Bitcoin นั้นมีความผันผวนน้อยลง สำหรับตอนนี้โลกเพิ่งได้เริ่มรู้จักกับสกุลเงินดิจิทัล และถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะได้เห็นศักยภาพเบื้องหลังการใช้เทคโนโลยีอีกด้วย