UBS มองหุ้นสหรัฐฯ แพงเกินจริง นักลงทุนอาจโยกเงินเข้าสู่ Bitcoin หากตลาดหุ้นเริ่มอ่อนแรง
ธนาคาร UBS ออกรายงานประเมินว่าหุ้นสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงเกินจริง และมองว่าตลาดต่างประเทศอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า หากยังคงมีแรงกดดันต่อ S&P 500 นักลงทุนอาจเริ่มหมุนเงินเข้าสู่สินทรัพย์อย่าง Bitcoin ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรอบใหม่ของตลาดคริปโต

ธนาคาร UBS ออกรายงานประเมินว่าหุ้นสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงเกินจริง และมองว่าตลาดต่างประเทศอาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ขณะที่นักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่า หากยังคงมีแรงกดดันต่อ S&P 500 นักลงทุนอาจเริ่มหมุนเงินเข้าสู่สินทรัพย์อย่าง Bitcoin ซึ่งอาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนรอบใหม่ของตลาดคริปโต
รายงานจากทีมกลยุทธ์การลงทุนของ UBS ระบุว่า หุ้นสหรัฐฯ มีราคาสูงเกินไปเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นของภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลก โดยให้เหตุผลว่า ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาครัฐ และความเสี่ยงจากโครงสร้างเศรษฐกิจ ทำให้ตลาดสหรัฐฯ มีแนวโน้มขาลงมากขึ้น
UBS ยังตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการ buyback (การที่บริษัทซื้อหุ้นคืน) เริ่มไม่มีประสิทธิภาพเท่าเดิมในการพยุงราคาหุ้น และเมื่อพิจารณาแล้ว ตลาดสหรัฐฯ มีมูลค่าซื้อขายสูงกว่าตลาดโลกถึง 35% ขณะที่ค่าเฉลี่ยในรอบ 14 ปีอยู่ที่เพียง 4% เท่านั้น
นักวิเคราะห์ระบุว่า ความไม่แน่นอนทางนโยบาย เช่น ข้อเสนอจำกัดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต มาตรการภาษีนำเข้าใหม่ และการควบคุมกองทุนที่เข้าซื้อกิจการอสังหาริมทรัพย์ อาจเพิ่มความผันผวนให้กับตลาดในระยะกลาง
แต่อย่างไรก็ตาม UBS ยังไม่ถึงขั้นมองโลกในแง่ร้าย โดยคาดว่า ดัชนี S&P 500 ยังมีเป้าหมายที่ 7,500 จุด ในช่วงสิ้นปี 2026 และเชื่อว่าการเติบโตของเทคโนโลยี AI จะยังคงช่วยหนุนผลประกอบการของบริษัทกลุ่มเทคโนโลยีต่อไป
เงินอาจไหลเข้าสู่ Bitcoin หากหุ้นสหรัฐฯ ไปต่อไม่ไหว
หลังรายงานของ UBS ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ปรับตัวลงทันที โดยในวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาของ Bitcoin ก็ร่วงแตะ 65,500 ดอลลาร์ ตามแรงเทขายในตลาดเสี่ยง หลังตัวเลขเงินเฟ้อภาคผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนมกราคมเพิ่มขึ้น 0.5% ซึ่งมากกว่าที่คาด และสร้างความกังวลว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) อาจชะลอการลดดอกเบี้ย
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนหันไปหาสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรรัฐบาล โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของสหรัฐฯ ลดลงจาก 4.21% เหลือ 3.97% ภายในเวลาเพียงสามสัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ถึง การปรับลดความเสี่ยงของนักลงทุนในตลาด
นักวิเคราะห์มองว่า หากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มแสดงสัญญาณลบต่อเนื่อง เงินทุนบางส่วนอาจหมุนเข้าสู่สินทรัพย์อย่างทองคำหรือ Bitcoin เพื่อกระจายความเสี่ยงจากตลาดทุนเดิม
เพื่อเปรียบเทียบให้เห็นขนาดของตลาดทุน มูลค่าตลาดของทองคำทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 36.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ 10 บริษัทเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดมีมูลค่ารวมราว 24.2 ล้านล้านดอลลาร์ แต่หากราคา Bitcoin ขึ้นถึง 100,000 ดอลลาร์ มูลค่าตลาดรวมจะอยู่ที่เพียง 2 ล้านล้านดอลลาร์เท่านั้น ซึ่งถือว่ามีช่องว่างให้เติบโตอีกมาก
ปัจจัยหนุนระยะกลาง กองทุนรัฐและบริษัทยักษ์ใหญ่
รายงานของ UBS ยังกล่าวถึง “แรงหนุนทางอ้อม” ของ Bitcoin หากมีข่าวว่ากองทุนความมั่งคั่งของรัฐ (Sovereign Wealth Funds) หรือบริษัทขนาดใหญ่เริ่มถือ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรอง ไม่ว่าจะผ่านการซื้อโดยตรงหรือผ่านกองทุน ETF
ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า ข่าวลักษณะนี้เคยเป็นตัวจุดชนวนให้ราคาพุ่งแรง เช่น ตอนที่ Tesla ประกาศซื้อ Bitcoin เข้าพอร์ตในปี 2021 ซึ่งทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากมุมมองของ UBS เป็นจริง การปรับลดความเสี่ยงของนักลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจกลายเป็น “เชื้อเพลิงรอบใหม่” ให้กับการฟื้นตัวของ Bitcoin
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








