Bitcoin ETF สหรัฐฯ เผชิญเงินไหลออกสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 6.4 พันล้านดอลลาร์ในรอบ 30 วัน
Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024 ขณะที่ราคา Bitcoin ร่วงกว่า 17% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์

Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีเงินไหลออกมากที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2024 ขณะที่ราคา Bitcoin ร่วงกว่า 17% ในช่วงเดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงขายจากนักลงทุนอย่างหนัก หลังข้อมูลล่าสุดจาก Galaxy Research ระบุว่า กองทุนกลุ่มดังกล่าวมีเงินไหลออกสุทธิรวมกว่า 6.35 พันล้านดอลลาร์ภายในช่วง 30 วันทำการที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมกราคม 2024
นอกจากนี้ กองทุน Bitcoin ETF ยังเผชิญกระแสเงินไหลออกต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าสุทธิสะสม (Cumulative Net Flow) ลดลงเหลือ 53,400 ล้านดอลลาร์ จากจุดสูงสุดที่เคยทำไว้ราว 63,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025
Galaxy Research ระบุว่า แนวโน้มเงินไหลออกยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปริมาณการถอนเงินรายวันยังคงเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สะท้อนถึงบรรยากาศการลงทุนที่ยังคงเปราะบางในตลาดคริปโต
การไหลออกของเงินทุนดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับตัวลงของราคา Bitcoin ซึ่งล่าสุดลดลงประมาณ 17.4% ในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา โดยตลาดได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่สร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม Jay Jacobs หัวหน้าฝ่าย Equity ETF ประจำสหรัฐฯ ของ BlackRock มองว่าการตีความเงินไหลออกจาก Bitcoin ETF ว่าเป็นสัญญาณเชิงลบเพียงอย่างเดียวอาจไม่สะท้อนภาพที่แท้จริงทั้งหมด
Jacobs อธิบายว่า การไหลออกของเงินทุนในแต่ละวันอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงนักลงทุนกำลังละทิ้ง Bitcoin เสมอไป ตัวอย่างเช่น นักลงทุนบางส่วนอาจขายหน่วยลงทุนของกองทุน IBIT เพื่อย้ายไปลงทุนใน BITA หรือกองทุนประเภทอื่นภายในระบบนิเวศของ BlackRock เอง
เขายังย้ำว่า ความผันผวนระยะสั้นไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของบริษัทที่มีต่อ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินทางเลือกที่มีลักษณะกระจายศูนย์และไม่ขึ้นอยู่กับรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง
“สินทรัพย์ทุกประเภทล้วนมีความผันผวน เรามีกองทุน ETF มากกว่า 450 กองทุนภายใต้แบรนด์ iShares และเราเห็นทั้งเงินไหลเข้าและไหลออกเกิดขึ้นทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นขนาดเล็ก ทองคำ หรือ Bitcoin” Jacobs กล่าว
แม้ตลาดจะเผชิญแรงขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา แต่ BlackRock ยังคงมองว่า Bitcoin ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกในระยะยาว และกระแสเงินไหลออกในระยะสั้นยังไม่ใช่ปัจจัยที่จะเปลี่ยนมุมมองเชิงกลยุทธ์ของบริษัทต่อสินทรัพย์ดิจิทัลอันดับหนึ่งของโลกแต่อย่างใด
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








