ข่าวคริปโตเคอเรนซี่

Standard Chartered ร่วมมือ Animoca ตั้งบริษัทร่วมทุนในฮ่องกง เดินหน้าขอใบอนุญาตออก Stablecoin ผูกค่าดอลลาร์ฮ่องกง

Standard Chartered ร่วมมือ Animoca ตั้งบริษัทร่วมทุนในฮ่องกง เดินหน้าขอใบอนุญาตออก Stablecoin ผูกค่าดอลลาร์ฮ่องกง

Standard Chartered สาขาฮ่องกงกับ Animoca Brands จัดตั้งบริษัท Anchorpoint Financial เพื่อยื่นขอใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin ขณะที่การแข่งขันในตลาดฮ่องกงร้อนแรงขึ้นหลังกรอบกฎระเบียบเริ่มชัดเจน

ธนาคาร Standard Chartered สาขาฮ่องกงจับมือกับบริษัทซอฟต์แวร์ Web3 ชื่อดัง Animoca Brands จัดตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ Anchorpoint Financial Limited เพื่อพัฒนาธุรกิจและยื่นขอใบอนุญาตผู้ออก Stablecoin ที่ผูกกับสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD)

ตามประกาศของ Animoca บริษัทลูกที่ตั้งขึ้นร่วมกันนี้ได้ยื่นแจ้งต่อ Hong Kong Monetary Authority (HKMA) เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ว่าต้องการขอใบอนุญาตออก Stablecoin และจะเป็นผู้พัฒนาธุรกิจหลักในการออกและดำเนินงานด้าน Stablecoin ให้เป็นไปตามกฎของฮ่องกง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงทิศทางใหม่ของตลาดหลังจาก HKMA ประกาศกรอบการกำกับดูแล Stablecoin ฉบับใหม่ โดยให้เวลาผู้ประกอบการปรับตัว 6 เดือนก่อนเริ่มบังคับใช้เต็มรูปแบบ กฎที่ออกมาเข้มงวดกว่าที่หลายฝ่ายคาดไว้ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องบางแห่งปรับตัวลงสูงสุดราว 20% แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเพียงการปรับตัวตามความเป็นจริงของตลาด มากกว่าจะเป็นสัญญาณลบระยะยาว

ประกาศอย่างเป็นทางการ ( ที่มา : Animoca Brands )
ประกาศอย่างเป็นทางการ ( ที่มา : Animoca Brands )

ความร่วมมือระหว่างธนาคารรายใหญ่กับบริษัท Web3 ไม่ได้เพิ่งเริ่ม ก่อนหน้านี้ทั้งสองฝ่ายเคยประกาศแผนออก Stablecoin  ที่ผูกค่ากับสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และในปีที่แล้วก็มีการร่วมมือทดสอบภายใต้โครงการ Sandbox ของ HKMA ซึ่งรวมถึงพันธมิตรอย่างบริษัท Hong Kong Telecommunications หนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในฮ่องกง

 Standard Chartered เป็นหนึ่งในสามสถาบันการเงินที่ได้รับสิทธิ์ให้สามารถออกสกุลเงินฮ่องกงตามการกำกับของ HKMA ร่วมกับ HSBC และ Bank of China (Hong Kong) ทำให้การออก Stablecoin ที่หนุนด้วยสถาบันการเงินได้รับความน่าเชื่อถือด้านการปฏิบัติตามกฎและการเชื่อมต่อกับระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมได้ง่ายขึ้น

ตลาดแข่งขันรุนแรง — ใครจะได้ประโยชน์

ความชัดเจนด้านกฎระเบียบกระตุ้นให้หลายบริษัทเข้าร่วมแข่งขันอย่างรวดเร็ว โดยมีรายงานว่า JD.com กำลังจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับ Stablecoin ขณะที่ Ant International ของ Ant Group ก็มีแผนยื่นขอใบอนุญาตทั้งในฮ่องกงและสิงคโปร์ และบริษัทในเครือของ Jingdong ก็ประกาศแผนการออก Stablecoin ที่ผูกกับ HKD ไปก่อนหน้านี้แล้ว

ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า บริษัทใดก็ตามที่ผ่านการอนุมัติจาก HKMA และสามารถผสานโครงสร้างการชำระเงินแบบดั้งเดิมกับระบบดิจิทัลได้ดี จะได้เป็นผู้ได้เปรียบ ทั้งในด้านการให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดน การเปลี่ยนสินทรัพย์จริงไปสู่ในรูปของโทเคน และการเป็นช่องทางใหม่สำหรับธุรกรรมทางการเงิน อย่างไรก็ตาม กฎที่เข้มงวดขึ้นก็หมายถึงการยกระดับต้นทุนในการปฏิบัติตาม (Compliance) ให้สูงขึ้นและอาจทำให้ผู้เล่นขนาดเล็กออกจากตลาดหรือถูกบีบให้รวมตัวกันในเวลาต่อมา

การจัดตั้ง Anchorpoint Financial โดย Standard Chartered (Hong Kong) และ Animoca Brands เป็นสัญญาณชัดเจนว่าฮ่องกงกำลังกลายเป็นเวทีสำคัญของการแข่งขันด้าน Stablecoin ในภูมิภาค โดยการมีบทบาทของธนาคารดั้งเดิมจะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ แต่ในขณะเดียวกันกรอบกฎระเบียบที่เข้มงวดก็อาจคัดกรองผู้เล่นจนเหลือเพียงไม่กี่รายที่ดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน

อ้างอิง : Cointelegraph

ภาพหน้าปกจาก : themarketperiodical

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง

ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

บทความที่เกี่ยวข้อง

นักวิเคราะห์เตือน! ตลาดขาลงของ Bitcoin อาจยังไม่จบ รอจุดต่ำสุดที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์
Ether หลุด 2,000 ดอลลาร์ ความเชื่อมั่นนักลงทุนถูกทดสอบหนัก ท่ามกลางแรงขายต่อเนื่องจากรายย่อย
นักเทรดรุ่นเก๋าเตือน “แรงขายจากสถาบัน” อาจฉุดราคา Bitcoin ต่ำกว่า 64,000 ดอลลาร์
USDT ของ Tether พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่ 187,000 ล้านดอลลาร์ แม้ตลาดคริปโตซบเซา