General

PayPal และ Visa ประกาศเพิ่มเงินลงทุนในตลาด Cryptocurrency 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Photo 1550565118 3a14e8d0386f 1.jpg

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal และ Visa เพิ่งประกาศร่วมมือกันที่จะเพิ่มเงินลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัล Cryptocurrency เป็นจำนวนมากถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในโครงการ Blockchain Captal

บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal และ Visa เพิ่งประกาศร่วมมือกันที่จะเพิ่มเงินลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) เป็นจำนวนมากถึง 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในโครงการ Blockchain Captal

การประกาศการร่วมลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชนของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง PayPal และ Visa ในครั้งนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวสำหรับหมู่นักลงทุนที่ยังคงให้ความสนใจในตลาดสกุลเงินดิจิทัล โดยการทุ่มเงินลงทุนมูลค่า 300 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นจำนวน 2 เท่าจากเงินลงทุนเดิม

PayPal และ Visa เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของการทำธุรกรรมทางการเงินอันดับต้น ๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ ได้แสดงความสนใจและสนับสนุนตลาดสกุลเงินดิจิทัลตลอดระยะเวลาหลายปี

โครงการบล็อกเชนแคปปิตอล Blockchain Captal ถูกเปิดให้ร่วมลงทุนมาตั้งแต่ปี 2013 โดย ณ ปัจจุบันมีบริษัทที่เข้าร่วมมากถึง 110 บริษัท ภายใต้แนวคิดเดียวกันที่จะส่งเสริมและลงทุน ในตลาดของสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และมีแนวโน้มที่จะเติบโตมากยิ่งขึ้นในอนาคตทั้งด้านมูลค่าของสกุลเงินดิจิทัลและความปลอดภัยในการซื้อขาย

โดย Jose Fernandez da Ponte ผู้นำด้านบล็อกเชนของ PayPal ที่เป็นบริษัทชำระเงินระดับโลก กล่าวว่า "เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความคล่องตัวของบริษัทต่าง ๆ ที่ทำให้สกุลเงินดิจิทัลเข้าถึงได้ มีประโยชน์ และปลอดภัยมากขึ้น" กล่าวเสริมอีกว่า “การลงทุนในกองทุนใหม่ของ Blockchain Capital ช่วยให้ PayPal มีส่วนร่วมกับผู้ประกอบการ ขับเคลื่อนอนาคตของเศรษฐกิจแบบกระจายอำนาจและคลื่นลูกใหม่ของบริการทางการเงิน"

ติดตาม CryptoSiam
เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต
ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

Bitcoin ส่งสัญญาณแรงขายเริ่มอ่อนแรง ขณะราคาจ่อทดสอบแนวรับสำคัญ 60,000 ดอลลาร์
รัสเซียคว่ำบาตรวัยรุ่นอังกฤษอายุ 17 ปี หลังเปิดโปงการใช้คริปโตเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
Bitcoin ร่วง 21% หลัง Strategy ซื้อคืนหนี้ นักลงทุนหวั่นเกิด “Doom Loop” แบบ Terra Luna
Paybis เผย Stablecoin ขึ้นแท่นเครื่องมือชำระเงินหลักภาคธุรกิจ หลังยอดธุรกรรมทั่วโลกพุ่ง