ตลาดซื้อขาย

Axie Infinity ครองตลาดเกม NFT กว่า 2 ใน 3

Despite Axie Infinitys Impressive Growth Players Daily Income Is Decreasing.jpg

แม้ว่ากระแสความนิยมจะร่วงหล่นไปบ้าง แต่ทว่าเกมเมอร์บนโลกดิจิทัลก็ยังคงให้ความสนใจกันอย่างเนืองแน่น จนทำให้ Axie Infinity ครองตลาดเกม NFT เกินครึ่ง

รายงานล่าสุดจาก NonFungible ผู้ให้บริการวิเคราะห์, ติดตาม และค้นความข้อมูลเกี่ยวกับ NFT ชี้ให้เห็นถึงปริมาณการทำธุรกรรมของผู้เล่นเกมต่อสู้มอนสเตอร์ชื่อดังที่มีมูลค่าสูงเกือบ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อปี 2021 ซึ่งเพิ่มขึ้นมามากกว่า 2 ใน 3 เท่าของปริมาณการทำธุรกรรมในเกม Blockchain ทั้งหมด จนทำให้ Axie Infinity ครองตลาดเกม NFT ไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยอันดับที่ 2 และ 3 ที่ตามหลังมาติด ๆ นั้นตกเป็นของ Top Shot ตลาดซื้อขาย Non-Fungible Token (NFT) จากทีมบาสเกตบอล NBA ที่ทำสถิติไปได้กว่า 827 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Loot แพลตฟอร์มคอมมิวนิตีเกมที่ปิดตัวด้วยมูลค่ากว่า 242 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จุดเด่นที่ทำให้ Axie Infinity ครองตลาดเกม NFT ได้อย่างยาวนาน

Axie Infinity ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี 2018 โดย Sky Mavis ผู้พัฒนาวีดีโอเกมชาวเวียดนาม ตัวละครหลักภายในเกมคงจะหนีไปไม่พ้นสัตว์ประหลาดที่ถูกเรียกว่า Axies ซึ่งบรรดาผู้เล่นสามารถเก็บสะสม และนำไปใช้เพื่อทำภารกิจรายวันได้ รวมไปถึงการเข้าประลองกับผู้เล่นรายอื่น ๆ ทั้งนี้มอนสเตอร์ Axie ได้ถูกสร้างขึ้นมาบนเครือข่าย Ethereum (ETH) ในรูปแบบ NFT นอกจากนี้ผู้เล่นยังจะได้รับ Smooth Love Potions (SLPs) หลังจากที่พวกเขาทำภารกิจต่าง ๆ ภายในเกมได้สำเร็จ และสามารถนำไปใช้สร้างรายได้ให้กับตนเองผ่านการซื้อขายบนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตอีกด้วย ส่งผลให้ ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ผู้คนจากทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบรรดาเกมเมอร์จากกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาหันมาให้ความสนใจที่จะเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในคอมมิวนิตีดังกล่าวอย่างล้นหลาม

สาเหตุหลักนั้น เกิดขึ้นจากการที่เกม Play-to-Earn มีศักยภาพมากพอที่จะมอบผลตอบแทนแก่ผู้เล่นได้ในมูลค่าที่มากกว่าค่าแรงขั้นต่ำภายในบางประเทศ ส่งผลให้ ล่าสุด Axie Infinity มีปริมาณการทำธุรกรรม NFT สุทธิอยู่ที่ 19% หรือ คิดเป็น 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีที่ผ่านมา แต่ทว่าในเวลาต่อมา ราคา SLP ก็ได้ร่วงลงอย่างหนัก อยู่ที่ 67.5% สร้างความเสียหายให้กับผู้เล่นหลายรายไม่สามารถทำกำไรจากการเล่นเกมได้ดีเท่าเดิม และต่างก็พากันออกมาตำหนิผู้พัฒนาเกมกันเป็นจำนวนมาก

ที่ดินใน Axie Infinity ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

Fe Ejv8 Xiam Llk G 856x607 1.jpg

ลักษณะเด่นของเกมมอนสเตอร์แบบ Play-to-Earn ที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีแค่เพียงเจ้า Axie และไอเท็ม Smooth Love Potions เท่านั้น แต่ทว่าหลังจากที่เกมดังกล่าวได้รับความนิยมจากผู้คนอย่างมหาศาล การเข้าจับจองพื้นที่ต่าง ๆ ภายในเกมก็ยิ่งได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน ปี 2021 ที่ผ่านมา แปลงที่ดินผืนงามในย่าน Genesis ที่ตั้งอยู่ใจกลางอาณาจักร Lunacia ใน ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของเหล่ามอนสเตอร์ Axies และมอนสเตอร์หายากต่าง ๆ ถูกขายออกไปในมูลค่ากว่า 550 ETH หรือ ราว 2.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง ณ ขณะนั้นเรียกได้ว่าที่ดินเสมือนผืนนี้ได้กลายเป็นที่ดินที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาสินทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์เสมือนทั้งหมดเลยก็ว่าได้

ราคาที่ร่วงลงมาไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับเกมแต่อย่างใด

แม้ว่าราคาของ NFT ที่ร่วงลงมาอาจเป็นผลมาจากปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นจากการผลิตโทเคนในปริมาณที่มากขึ้นก็ตาม แต่ทว่า จากข้อมูลล่าสุด จำนวนผู้เล่นเกม Axie นั้นได้พุ่งสูงขึ้นไปเกือบ 2.7 ล้านรายต่อเดือน เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนเดิมในเดือนมีนาคม ปี 2021 ที่มีเพียงแค่ 1 ล้านรายเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นอุปทานของ SLP ที่หมุนเวียนอยู่ในตลาดซื้อขายก็ได้เพิ่มจากเดิม 541.7 ล้าน ขึ้นมาเป็น 5.13 พันล้าน นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ปี 2021 จนถึงปัจจุบันเลยทีเดียว

ปริมาณการทำธุรกรรมในเกมช่วยให้ Axie Infinity ครองตลาดเกม NFT ได้สำเร็จ

ผู้ที่ชื่นชอบเกม Blockchain ได้ทำการซื้อ และขาย NFT รวมแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 5.18 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2021 ทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 20,986,532 รายการ นอกจากนี้ในตลาดยังมีเกม Blockchain ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่ทั้งหมด 112 รายการ และมี Wallet ที่เปิดใช้งานอยู่ทั้งหมดกว่า 1.88 ล้านแห่งด้วยกัน ซึ่งคิดเป็น 2.18% ของตลาดเกมทั่วโลกทั้งหมดในปี 2021

แม้จะมีประโยชน์แต่ก็ยังมีโทษอยู่พอสมควร

55b01a91371d2232008b8d1e 856x642 1.jpg

แม้ว่าเกม Play-to-Earn จะสามารถมอบผลตอบแทน และประโยชน์ต่าง ๆ มากมายให้กับบรรดาเกมเมอร์ และผู้เล่นในตลาดได้ก็ตาม แต่ทว่ายังคงมีนักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญหลายรายที่ยังคงมองว่าเกมประเภทดังกล่าวยังคงเป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง และไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวอยู่ จะเห็นได้จากการออกมาแสดงจุดยืนของ Phil Spencer ผู้บริหาร Xbox และเครือธุรกิจเกมของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสำนักข่าวต่างประเทศพร้อมระบุว่า

“เจ้าสิ่งนี้เหมือนเครื่องมือที่ใช้ในการกอบโกยผลประโยชน์มากกว่าที่จะเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ใช้ในการมอบความบันเทิง”

นอกจากนี้ ทางด้านรัฐบาลเกาหลีที่แม้จะมีการออกมาสนับสนุนโปรเจกต์ Metaverse และเทคโนโลยี Web3 หลายรายการแล้วก็ตาม แต่ทว่าก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานก็ได้เคยออกมาแสดงจุดยืนไม่ไว้วางใจเกม Play-to-Earn และได้มีคำสั่งให้ Google Play และ Apple’s App Store ถอดเกมประเภทดังกล่าวออกจากระบบ โดยให้เหตุผลว่าผู้พัฒนาไม่ได้มีการจำกัดอายุของผู้เล่น และหวั่นเกิดสภาพวะฟองสบู่แตกจากการเก็งกำไรในตลาด

ข่าวต่อไป

บทความที่เกี่ยวข้อง

โฉลก สัมพันธารักษ์ ลุงโฉลก
Binance Sakura Exchange
Max Template (95)
shiba inu coin