หน่วยข่าวกรองทางการเงินของเม็กซิโกเพิ่งเผยแพร่ผลการประเมินความเสี่ยงแห่งชาติครั้งที่สองของการฟอกเงินและการจัดหาเงินทุนของผู้ก่อการร้าย โดยภายในรายงานดังกล่าวของพวกเขานั้นชี้ให้เห็นว่าภาคธนาคารทั่วไปนั้นมีความเสี่ยงจากการละเมิดกฎหมายด้วยการฟอกเงินเหนือกว่าปัญหาที่ถูกพบเจอในบริษัทด้าน Fintech

บริษัทประเภทใดบ้างที่เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมาย

สำนักข่าวท้องถิ่นอย่าง El Economista รายงานว่ากลุ่มทางการเงินที่รู้จักกันในนาม "G7 banking" หรือกลุ่มธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเม็กซิโก ซึ่งประกอบไปด้วยธนาคาร 7 แห่ง ได้แก่ BBVA, Santander, Citibanamex, Banorte, HSBC, Scotiabank และ Inbursa มีคดีความด้านการฟอกเงินในเม็กซิโกมากกว่าบริษัทบล็อกเชนอย่างมีนัยสำคัญ

แต่ที่น่าตกใจไปมากกว่านั้น ในเอกสารฉบับแรกซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559 เคยระบุเอาไว้ว่ามีสถาบันที่ดำเนินการด้านระบบการเงิน 4 ภาคส่วนด้วยกันที่ได้รับการจัดประเภทว่ามี "ความเสี่ยงสูง" ในการถูกฟอกเงิน และการเป็นเป้าหมายของจัดหาเงินทุนสำหรับกลุ่มผู้ก่อการร้าย ซึ่งได้แก่ กลุ่มธนาคาร G7 บริษัทนายหน้าซื้อขายบ้าน บริษัทด้านการแลกเปลี่ยน และผู้ให้บริการสถาบันทางการเงินเชิงพาณิชย์

แต่ในทางตรงกันข้าม สำหรับเอกสารฉบับใหม่นี้มีเพียงสองภาคส่วนของระบบการเงินเท่านั้นที่ปรากฏเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด ได้แก่กลุ่มธนาคาร G7ซึ่งคิดเป็นเกือบ 80% จากสินทรัพย์ทั้งหมดของภาคธนาคาร และอีกประเภทก็คือบริษัทที่ดำเนินกิจกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินนั่นเอง

ใช่ว่า Crypto นั้นจะไม่มีความเสี่ยง

หลาย ๆ คนอาจจะยังคุ้นชินกับภาพที่เทคโนโลยีอย่าง Fintech มักจะถูกมองว่าเป็นการให้บริการที่มีความเป็นไปได้สูงมากในการกระทำสิ่งที่มิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งการฟอกเงิน และการจัดหาเงินทุนจากการก่อการร้าย แต่จากการรายงานปีล่าสุดก็ทำให้เห็นแล้วว่าภาพจำเดิม ๆ ของเรานั้นอาจจะมีความผิดพลาดก็เป็นได้ เพราะไม่ได้มีการจำแนกประเภทความเสี่ยงแก่เทคโนโลยีเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย เนื่องจากมันยังถูกระบุว่าเป็นความเสี่ยงที่เพิ่งอุบัติขึ้น แต่นี่ก็ไม่ใช่การการันตีว่า Crypto นั้นไม่มีความเสียงแต่อย่างใด เพียงแค่จากการศึกษาก็ทำให้เราเห็นประเด็นที่ว่า Cryptocurrency มีความเสี่ยงในการเป็นตัวกลางทางการฟอกเงินน้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่อยู่หลายขุมเท่านั้นเอง