Raj Dhamodharan รองประธานการบริหารด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ผลิตภัณฑ์บล็อกเชน และการเป็นหุ้นส่วนของริษัทยักษ์ใหญ่ด้านบัตรเครดิต Mastercard ได้ออกเผยถึงแผนกลุยุทธ์ล่าสุดขององค์กรในปีนี้ ซึ่งจะเริ่มอนุญาตให้ผู้ถือบัตรสามารถทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลบางส่วนบนเครือข่ายได้โดยตรง โดยเขากล่าวว่า

“การเปลี่ยนแปลงของเราในการสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรงจะทำให้ผู้ขายจำนวนมากยอมรับการใช้จ่ายด้วย Crypto ซึ่งในปัจจุบันยังถูกจำกัดด้วยวิธีการที่เป็นกรรมสิทธิ์เฉพาะสำหรับสินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละรายการ การเปลี่ยนแปลงนี้จะตัดความไร้ประสิทธิภาพออกไปด้วยการทำให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ขายไม่ต้องแปลงการเข้ารหัสกลับไปมาระหว่าง Cryptoและเงินตราแบบดั้งเดิมเพื่อทำการซื้อ”

โดยเกณฑ์ของ Mastercard สำหรับการผสานรวมการชำระเงินเข้ากับ Cryptocurrencyนั้นขึ้นอยู่กับกฎระเบียบที่เข้มงวดการคุ้มครองผู้บริโภคและมาตรการปฏิบัติตามข้อกำหนดเช่น KYC

อย่างไรก็ตาม Mastercard ได้ชี้แจงว่าจะไม่รองรับ Cryptocurrencies ทั้งหมดในเครือข่าย และเสริมว่าสกุลเงินเสมือนหลายสกุลในการหมุนเวียนยังคงต้องการมาตรการที่เข้มงวด ทั้งนี้ยังมีสกุลเงินดิจิทัลอีกมากมายที่กำลังพยายามดิ้นรนเพื่อให้ได้มาซึ่งความไว้วางใจจากประชาชนทั่วไป และนักลงทุนรายใหญ่เนื่องจากลักษณะการเก็งกำไร และโอกาสในการฟอกเงิน

แม้ว่า Mastercard จะเคยร่วมกับบริษัทรับชำระเงินแบบ Crypto เช่น BitPay และ Wirex บนบัตรเดบิตสกุลเงินดิจิทัลแล้ว แต่การประกาศในวันนี้บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้สกุลเงินดิจิทัลสามารถเข้าสู่เครือข่ายได้โดยตรงไม่ต้องผ่านคนกลาง ซึ่งการประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นไม่กี่วันหลังจาก Tesla ของ Elon Musk เปิดเผยว่า บริษัท ได้ซื้อ Bitcoin มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ และจะยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นรูปแบบการชำระเงิน

สะพานเชื่อมCryptocurrency เข้ากับเครือข่ายแบบดั้งเดิมทั่วโลก

ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว Mastercard ได้หันมาให้ความสำคัญ และสร้างสิ่งต่าง ๆ ร่วมกับ Bitcoin และสินทรัพย์ Crypto ยอดนิยมอื่น ๆ ที่เป็นที่ต้องการสูงของผู้คน ซึ่งความพยายามของบริษัทรายนี้เกี่ยวกับ Cryptocurrency อยู่บนพื้นฐานของ “ความสนใจ และการลงทุนของผู้บริโภค” โดยในช่วงเวลานั้นบริษัทบัตรเครติดรายใหญ่เองก็มีจุดยืนเชิงบวกเกี่ยวกับ Blockchain เป็นทุนเดิม และได้ขยายการดำเนินการเพื่อให้การเข้าถึง Cryptocurrency เป็นไปได้โดยง่ายด้วยการสร้าบัตร Crypto ผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรผู้ให้บริการการชำระเงินเช่น Wirex และ BitPay

Mastercard นั้นมั่นใจ และพิจารณาใช้ประโยชน์จากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น มีการยื่นจดสิทธิบัตร Blockchain ขององค์กรมากกว่า 80 รายการเพื่อช่วยอธิบายวิธีที่บริษัทต่าง ๆสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Blockchain หรือจัดการกับสกุลเงินดิจิทัลได้ ในเดือนกันยายนปีที่แล้วบริษัทยังแสดงความสนใจใน Stablecoin เมื่อเปิดตัวแพลตฟอร์มสำหรับธนาคารกลางเพื่อทดสอบกรณีการใช้งานของ CBDC ของพวกเขาอีกด้วย