EY บริษัทตรวจสอบบัญชี Big Four เพิ่มการลงทุนในตลาด Blockchain

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

EY หรือ Ernst & Young ซึ่งเป็นบริษัทการเงินระดับโลก ได้คอยสนับสนุนการพัฒนา Blockchain มาอย่างยาวนาน และพวกเขาก็ได้เพิ่มการลงทุนงบประมาณในด้านนี้อีกครั้งซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตอย่าง Blockchain นั้นสำคัญต่อระบบการเงินมากเพียงใด

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Ey

Ernst & Young หรือปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น EY ซึ่งเป็นบริษัทด้านการเงินสัญชาติอังกฤษ และถือเป็นหนึ่งในบริษัทตรวจสอบบัญชี Big Four ของโลก ได้เพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนด้วยการระดมทุนใหม่คิดเป็นเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์

อ้างอิงตามประกาศของบริษัท พวกเขาระบุไว้ว่าการตัดสินใจเพิ่มการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นเกิดจากความต้องการในผลิตภัณฑ์ที่ใช้บล็อกเชนเพิ่มขึ้น โดยเงินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้เพื่อเป็นทุนในการวิจัยด้านสินทรัพย์คริปโต และ Blockchain, งานเชิงวิศวกรรม และบริการด้านอื่น ๆ

EY ให้ความสำคัญกับ Blockchain อย่างมาก

เป็นเวลาประมาณ 5 ปีแล้วที่ EY นั้นทุ่มกำลังอย่างเต็มที่กับการมีส่วนร่วมในเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยในห้วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์หลายอย่างรวมถึง EY OpsChain Traceability ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับซัพพลายเชนทั่วโลก และ ณ ขณะนี้ ทางบริษัทก็มีเป้าหมายที่จะดำดิ่งลึกลงไปในระบบนิเวศการเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi) ที่กำลังเติบโตผ่านการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่, การปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ และการเพิ่มการยอมรับในตลาด

“ในช่วงห้าปีที่ผ่านมาเราได้ลงทุนในบล็อกเชน และได้พัฒนาโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งทำให้ EY กลายเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่เกิดขึ้นใหม่นี้ เนื่องจากการใช้งาน Blockchain เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเราเห็นความต้องการของลูกค้า EY มากขึ้นเราจึง รู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับการลงทุนเพิ่มเติมของ EY ในการตอบสนองต่อความท้าทายแ ละความต้องการของเหล่าลูกค้า” Carmine Di Sibio ประธาน EY Global กล่าว

ในบรรดาผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะนำเสนอออกมาก็คือบริการทดสอบสัญญาอัจฉริยะ DeFi ผ่านชุดเครื่องมือ EY Blockchain Analyzer โดยทางบริษัทกล่าวว่ามันจะถูกสร้างบนแพลตฟอร์มที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 และจนถึงขณะนี้รองรับสัญญาอัจฉริยะที่เข้ากันได้กับ ERC-20 กว่า 100 สัญญา

นอกจากนี้ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่องของ EY ในการสร้างพื้นที่สำหรับตัวเองในพื้นที่บล็อกเชน พวกเขาจึงเลือกที่จะร่วมมือกับ Birra Peroni บริษัทเบียร์สัญชาติอิตาลีในเครือ Asahi ซึ่งเป็นลูกค้าอุตสาหกรรมรายแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม EY OpsChain Traceability ซึ่งจะสร้าง NFT ขึ้นสำหรับเบียร์ทุกชุดที่ประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้การแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ด้านดิจิทัลของ EY ถูกต่อยอดโดยการเคลื่อนไหวของบริษัทในการเป็นผู้ที่เสนอราคาเพื่อพัฒนาโครงการสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) สำหรับเกาหลีใต้

Read more about: