ปัจจัยที่หลากหลาย

ด้วยเหตุผลที่ว่าสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้นมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเมื่อได้รับอิทธิพลจากปัจจัยที่แตกต่างกัน ซึ่งในตลาดปกติอย่างที่เราคุ้นเคยกัน เช่น ตลาดทองคำ หรือตลาดหุ้นนั้น มักจะมีหลักใหญ่ ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาของสินทรัพย์อยู่แล้ว เช่น อัตราการสำรองทองคำของแต่ละประเทศ หรือความกล้าของนักลงทุนที่จะแบกรับความเสี่ยงมากขึ้นหรือน้อยลงสำหรับตลาดทองคำ หรือการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการบริษัท หรือการบริหารภายในองค์กรซึ่งส่งผลโดยตรงกับมูลค่าหุ้นในตลาดหลักทรัพย์

ในทางกลับกัน สกุลเงินคริปโตนั้นเป็นสินทรัพย์รูปแบบใหม่ที่หากมองเผินๆแล้วอาจเรียกได้ว่าเป็นการเสกเงินขึ้นมาจากอากาศก็เป็นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสกุลเงินดังกล่าวนี้เป็นทั้งสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเป็นสินทรัพย์ที่ทรงมูลค่าในตัวของมันเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องให้รัฐบาลผู้มีอำนาจมากำหนดค่าให้ แต่เป็นฝั่งประชาชนเองที่ยินยอมพร้อมใจกันยึดถือและให้มูลค่ากับมัน ดังนั้นแล้วปัจจัยที่จะกระทบกับมูลค่าของสินทรัพย์เหล่านี้จึงแปรผันโดยตรงกับความรู้สึกของผู้คนในตลาดที่สามารถวัดค่าออกมาได้จากปริมาณกิจกรรมที่เกิดขึ้น

อย่างแรกต้องเข้าใจธรรมชาติของเหรียญนั้น ๆ ก่อน

เมื่อเราพิจารณาสินทรัพย์แต่ละแบบนั้น เราจำเป็นที่จะต้องเข้าใจรูปแบบของเหรียญคริปโตแต่ละเหรียญก่อน ตัวอย่างเช่น เหรียญ Ethereum นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประโยชน์บนเครือข่ายที่ถูกสร้างมาเพื่อให้เหล่านักพัฒนาได้ลองทำโครงการด้านต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีตั้งแต่ตัวเกม แอปพลิเคชัน รวมไปถึงแพลตฟอร์มทางด้านการเงิน (DeFi) เป็นต้น ดังนั้นแล้วเมื่อกิจกรรมที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นหรือลดลงนั้นจึงส่งผลอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงราคา ETH

แม้ว่าโดยปกติแล้ว เหรียญ Altcoin อื่นๆในตลาดรวมทั้งเหรียญอันดับสองของตลาดอย่าง Ethereum นั้นต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงราคาของ Bitcoin แต่เหรียญเหล่านี้ช่วงการปรับตัวขึ้นลงของราคาแตกต่างกันไปตามปัจจัยเฉพาะของเหรียญ แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวชี้วัดซึ่งเป็นที่พิสูจน์มาตลอดว่าส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาของเหรียญ Altcoin โดยตรงคือการเปลี่ยนแปลงปริมาณกิจกรรมของเหล่านักพัฒนาเหรียญแต่ละเหรียญ

ปริมาณกิจกรรมจากฝั่งนักพัฒนา Ethereum

รายงานล่าสุดจากทาง Santiment นั้นได้เปิดเผยว่ากิจกรรมจากฝั่งนักพัฒนาบนเครือข่าย Ethereum นั้นได้พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือนเป็นที่เรียบร้อยนับตั้งแต่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งปริมาณที่เพิ่มมขึ้นนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับปริมาณผู้ใช้บนเครือข่ายที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกรณีนั้นน่าจะเป็นผลจากความนิยมในแพลตฟอร์ม DeFi บนเครือข่ายนั่นเอง โดยการเพิ่มขึ้นอย่างมากของปริมาณดังกล่าวนั้นเป็นตัวชี้วัดอย่างดีถึงทิศทางราคาในช่วงระหว่างไม่ถึงเดือนนี้อีกด้วย

นอกจากนี้แล้วเมื่อพิจารณาการเติบโตของวงการ DeFi นั้นจะพบว่าทั้งนักลงทุนหน้าใหม่และหน้าเก่านั้นต่างกำลังทำความเข้าใจแพลตฟอร์มแบบใหม่นี้อยู่ และถึงแม้ว่า DeFi จะอยู่ในช่วงเริ่มต้นก็ตาม แต่การเติบโตที่วัดได้จากมูลค่าสินทรัพย์รวมบนแพลตฟอร์มนั้น เป็นตัวชี้วัดอย่างดีถึงผลตอบรับจากนักลงทุน ทั้งยังเป็นไปได้อีกว่าหากตลาดคริปโตมีความคุ้นเคยและเข้าใจใน DeFi มากขึ้น จะยิ่งทำให้อัตรากิจกรรมที่เกี่ยวข้องเพิ่มสูงขึ้นไปได้มากกว่านี้อีกแน่นอน