Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ดิจิทัลไนราไม่ได้เป็นของวิเศษ แกนนำสนับสนุนคริปโตไนจีเรียกล่าว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ดิจิทัลไนรายังคงต้องมีการปรับปรุงพัฒนาในอนาคตอีกมาก หากมีการนำมาใช้จริง

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ดิจิทัลไนรา

ประเทศไนจีเรียเริ่มมีการเดินหน้าขับเคลื่อนใช้สกุลเงินดิจิทัลอย่าง e-naira เพื่อให้ประชาชนชาวไนจีเรียได้เข้าถึงการเงินได้ง่ายขึ้น

ดิจิทัลไนราไม่ใช่คำตอบทุกอย่าง

สอดคล้องกับ Senator Ihenyen ประธานผู้มีส่วนได้เสียในสมาคมเทคโนโลยีบล็อกเชนแห่งไนจีเรีย (SIBAN) ได้กล่าวว่า ความสำเร็จของสกุลเงินดิจิทัลนั้น ขึ้นอยู่กับการออกแบบสกุลเงินเป็นสำคัญ

ในรายงานของธนาคารกลางไนจีเรียว่าด้วยข้อเสนอสกุลเงินดิจิทัลนั้น มีการวางแผนที่จะเริ่มต้นใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม พร้อมกับก่อตั้งธนาคารสกุลเงินดิจิทัล หมายความว่า e-naira จะมีการใช้ในทั้งการค้าปลีกและขายส่ง สอดคล้องกับทางหัวหน้าของสมาคม SIBAN ที่ได้กล่าวว่า e-naira จะไม่ส่งผลต่อการหยุดชะงักของธนาคารและสถาบันทางการเงิน

Person Holding Gold Round Coin

โดย Ihenyen ได้กล่าวว่า เขาไม่คิดว่า e-naira จะเป็นเงินกระดาษเวอร์ชันดิจิทัลเหมือนกับคาถาวิเศษ โดยเขาเห็นว่า ทั้งค่าเงินไนรากับ e-naira ยังคงมีความผูกพันเหมือนกัน ไม่ได้เป็นคาถาวิเศษ ดีที่สุดก็คือ จะต้องทำให้ทั้งสองเวอร์ชันนี้ทำธุรกรรมได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น เงินทั้งสองแบบนี้จะช่วยยกระดับศักยภาพของประเทศไนจีเรียได้ ด้วยเหตุนี้ไนจีเรียจะต้องแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นรากฐานให้ถูกต้อง

แนวโน้มเงินดิจิทัล

เนื่องจากธนาคารต่าง ๆ ยังไม่ให้บริการคริปโต โดยที่ธนาคารกลางไนจีเรียได้ยังคงมีความต้องการให้ธนาคารสกุลเงินดิจิทัลหรือ CBDC เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจภายในประเทศ

นักวิเคราะห์บางคนมองว่า ธนาคารกลางได้มีการรื้อฟื้นกลยุทธ์ยับยั้งการซื้อขายคริปโต แต่สอดไส้การโฆษณาให้มีการใช้ e-naira เป้าหมายของกลยุทธ์นี้ก็คือ ทำให้ประชาชนเชื่อว่า e-naira มีค่ามากกว่าบิทคอยน์

อย่างไรก็ตาม เมื่อ Ihenyen ถูกถามเกี่ยวกับเรื่องของธนาคารกลางและธนาคารอื่น ๆ ที่มีการประกาศใช้สกุลเงินดิจิทัลมาแทนที่บิทคอยน์ เขาอ้างว่า หลายธนาคารมีเป้าหมายที่แตกต่างกันที่จะคานอำนาจกับคริปโตอย่างบิทคอยน์ และเรื่องนี้ก็ก่อให้เกิดการก่อตั้งธนาคารสกุลเงิน

Read more about: