Piyush Gupta ผู้เป็นซีอีโอของ DBS บริษัทธนาคารข้ามชาติของสิงคโปร์ ออกมาแสดงความคิดเห็นของเขาต่อแนวโน้มทางการเงินในอนาคต โดยเขานั้นเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ณ ปัจจุบันสกุลเงินดิจิทัล และการ Tokenization สำหรับสินทรัพย์ได้กลายมาเป็นเรื่องจริงแล้ว ซึ่งนั่นส่งผลให้ทั้งสองสิ่งนี้อาจกลายเป็นปัจจัยหลักสำหรับโลกการเงินในอนาคต

Bitcoin จะมาแทนที่เงิน Fiat ได้จริงหรือ?

จากข้อมูลของ Gupta ทาง DBS ได้เปิดตัวการแลกเปลี่ยนดิจิทัล “แห่งแรก” ที่ได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากธนาคารในเดือนธันวาคมปี 2020 ซึ่ง Exchange ดังกล่าวคอยขับเคลื่อนการแปลงหลักทรัพย์ และทรัพย์สินเป็นโทเค็น ทั้งยังปูหนทางสู่สมรรถภาพที่ดีสำหรับ Crypto ในอนาคต

แม้ว่าอนาคตจะดูสดใสเป็นอย่างมากสำหรับ Cryptocurrencies แต่ทาง Gupta ก็สงสัยว่า Bitcoin นั้นมีความสามารถมากพอที่จะเข้ามาแทนที่เงิน Fiat ได้จริง ๆ หรือไม่ เนื่องจากยังมีปัญหาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความผันผวน

เขาตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

“การที่ Bitcoin จะเข้ามาทดแทนเงินยังคงเป็นเรื่องท้าทาย เงินนั้นเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน หน่วยของบัญชี และสินทรัพย์เก็บรักษามูลค่า”

เขาเพิ่มเติม

“Bitcoin ไม่ใช่สื่อกลางในการแลกเปลี่ยนที่ดี แม้ว่า Elon Musk จะบอกว่าเขาจะนำมันไปให้ Tesla ก็ตาม มันก็ยังคงยากที่จะทำธุรกรรมด้วยเหรียญนี้ เพราะคุณสามารถทำธุรกรรมได้เพียงเก้ารายการต่อวินาที ในขณะที่ Visa และ Mastercard สามารถทำได้หลายแสนครั้ง”

ทั้งนี้ทาง Elon Musk ผู้ก่อตั้ง Tesla Motors บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐที่อยู่เบื้องหลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และ SpaceX ได้เริ่มต้นแสดงออกถึงการยอมรับ Bitcoin ของเขาต่อสาธารณชน โดยในเดือนมกราคมเขาระบุว่าเขาจะไม่มีวันหันหลังให้กับโอกาสที่จะได้รับเงินเป็น Bitcoin

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ Tesla Inc. ก็เข้าซื้อ BTC มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ด้วยความตั้งใจที่จะเพิ่มความหลากหลายทางการลงทุน และเพิ่มผลตอบแทนสูงสุด

ความกระหายของสถาบันสำหรับ Bitcoin ยังคงดำเนินต่อไป

โมเมนตัมขาขึ้นของ Bitcoin ยังคงดำเนินต่อไปเนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลอันดับ 1 นี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 20%ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา และมาอยู่ ณ จุดซื้อขายที่ 56,639ดอลลาร์ ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ ตามราคาของ CoinMarketCap

โดยการลงทุนจากเหล่าสถาบันช่วยกระตุ้นความเป็นไปของ BTC ในปัจจุบันได้ดีเนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลายต่างใช้จ่ายอย่าง และเข้าซื้อมันสนุกสนาน โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่นความกลัวที่จะตกเทรนด์ (FOMO) ซึ่งผู้นำทัพของยักษ์เหล่านี้ไม่ใช่ใครหน้าไหน แต่เป็น Microstrategy บริษัทซอฟต์แวร์ข่าวกรองธุรกิจชื่อดัง ที่เพิ่งซื้อ 205 Bitcoin มูลค่า 10 ล้านเหรียญ