การชำระเงินด้วยคริปโต จะ disrupt อุตสาหกรรมการชำระเงินได้อย่างไร?

ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ต่ำและการประมวลผลที่รวดเร็ว ทำให้คริปโตเคอร์เรนซีได้รับความนิยมมากขึ้น และอาจ disrupt ธุรกิจชำระเงินแบบดั้งเดิมได้ในอนาคต

การชำระเงินด้วยคริปโต จะ Disrupt อุตสาหกรรมการชำระเงินได้อย่างไร?

สกุลเงินดิจิทัลมีจุดเด่นประการหนึ่งคือ ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ต่ำ และการประมวลผลที่รวดเร็ว โดยปกติแล้วลูกค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 1.3% ถึง 3.5% สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ขณะที่การชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลอาจจ่ายเพียงไม่กี่เซ็นต์ด้วยซ้ำ

เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบก็คือ “การกระจายอำนาจ” นั่นเอง การที่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง โดยมีเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาแทนที่ ทำให้การทำธุรกรรมสามารถส่งผ่านจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายได้ทันที 

สกุลเงินดิจิทัลมีจุดเด่นประการหนึ่งคือ ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมที่ต่ำ และการประมวลผลที่รวดเร็ว โดยปกติแล้วลูกค้าจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมสูงถึง 1.3% ถึง 3.5% สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต ขณะที่การชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลอาจจ่ายเพียงไม่กี่เซ็นต์ด้วยซ้ำ

เพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? คำตอบก็คือ “การกระจายอำนาจ” นั่นเอง การที่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง โดยมีเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามาแทนที่ ทำให้การทำธุรกรรมสามารถส่งผ่านจากผู้ซื้อไปยังผู้ขายได้ทันที 

การชำระเงินด้วยคริปโตสามารถขัดขวางอุตสาหกรรมการชำระเงินได้อย่างไร?

คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrencies) กลายเป็นกระแสหลักมากขึ้น โดยปัจจุบันมีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่ยอมรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัล แม้ว่าจะมีหลายบริษัทดำเนินการยังคงดำเนินการผ่านตัวประมวลผลด้วยบุคคลที่สามก็ตาม

คุณสามารถชำระเงินโดยใช้คริปโตกับบริษัทต่าง ๆ ได้ เช่น AT&T, PayPal และ Overstock.com คุณยังสามารถจ่ายค่ากาแฟของคุณด้วยบิตคอยน์ (BTC) ที่ Starbucks ในปีนี้ นอกจากนี้ Amazon และ Walmart ได้โฆษณาเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่าบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่จะก้าวเข้าสู่วงการคริปโตในไม่ช้า

สำหรับประเทศไทย มีบริษัทหลายแห่งที่เริ่มยอมรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาคอสังหาริมทรัพย์อย่าง “อนันดา” ที่ร่วมมือกับ “Bitkub” ในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาชำระเงินสำหรับการซื้อขายบ้านและคอนโดมิเนียม แม้แต่ Major เองก็ให้ลูกค้าสามารถซื้อตั๋วชมภาพยนต์ด้วย BTC ได้แล้ว ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้

ในปี 2020 เพียงปีเดียว มีร้านค้าที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนบัตรเครดิตมูลค่ามากถึง 51 พันล้านดอลลาร์ จึงไม่แปลกที่ผู้ค้าปลีกจะมองหาโอกาสในการลดต้นทุนการทำธุรกรรม

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจจำนวนมากที่พร้อมอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมคริปโต ตั้งแต่แพลตฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโต ไปจนถึงบริษัทชำระเงิน และตัวประมวลผลการชำระเงินที่เน้นด้านคริปโต

ปกติเราจะเห็นค่าใช้จ่ายประมาณ 0.5% ถึง 1% ต่อธุรกรรม แต่โปรเซสเซอร์บางตัวแทบไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ค้าเลย ส่วนใหญ่ยังมีฟังก์ชันในการแปลงการชำระเงินคริปโตเป็นสกุลเงิน fiat แบบดั้งเดิมได้ทันทีอีกด้วย

การชำระเงินด้วยคริปโตกำลังเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และยังมีศักยภาพในการเติบโตอีกมาก จากการวิจัยของ The Ascent เผยว่า ชาวอเมริกันกว่า 50 ล้านคนวางแผนที่จะซื้อคริปโตในปีหน้า และมากกว่า 20 ล้านคนหรือมากกว่านั้นได้ซื้อไปแล้ว

การที่ผู้บริโภคเลือกชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลจะได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมที่รวดเร็ว และค่าธรรมเนียมที่ต่ำลง โดยเฉพาะการทำธุรกรรมต่างประเทศ แพลตฟอร์มสกุลเงินดิจิทัลบางแห่งได้เสนอบัตรเดบิตคริปโตแบบเติมเงิน ซึ่งได้รับรางวัลจากการซื้อ 

นอกจากนี้บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการชำระเงินทั้ง Mastercard และ​VISA ต่างก็ก้าวไปข้างหน้าด้วยข้อเสนอเดบิตและบัตรเครดิตคริปโต

อุตสาหกรรมนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น และยังต้องพัฒนาในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคอยู่ ตัวอย่างเช่น บัตรเดบิตคริปโตบางแห่งไม่มีการป้องกันการฉ้อโกงในระดับเดียวกับที่ออกโดยธนาคาร

นอกเหนือจากการพัฒนาเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคแล้ว อุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากกฎระเบียบระดับโลกที่เพิ่มขึ้นของ stablecoin และการเปิดตัว govcoins หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDCs) อีกด้วย

ผู้คนจะใช้จ่ายด้วยคริปโตหรือไม่?

แม้ว่าการชำระเงินด้วยคริปโตจะเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น แต่ก็ยังเป็นอุตสาหกรรมที่ค่อนข้างใหม่ และมีช่องว่างมากมายที่ต้องพัฒนา ทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและความเข้าใจของผู้คนในเรื่องนี้

เหตุผลหนึ่งที่คริปโตเคอร์เรนซียังไม่อาจเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมการประมวลผลการชำระเงินก็คือราคาที่ยังคงผันผวน ราคาบิตคอยน์สามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงถึง 20% อย่างรวดเร็วในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งสิ่งนี้อาจทำให้ผู้ค้าที่ต้องการใช้เงินสดอาจเจอกับปัญหาด้านกระแสเงินสดได้

อีกประการหนึ่งคือ ชาวอเมริกันจำนวนมากมองว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นการลงทุน สิ่งนี้ทำให้พวกเขาไม่ต้องการใช้มันกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน

ข้อมูลล่าสุดจาก BitPay ซึ่งเป็นบริษัทประมวลผลการชำระเงินคริปโตเผยว่า บิตคอยน์ยังคงเป็นสกุลเงินดิจิตอลที่มีการใช้งานมากที่สุด โดยคิดเป็น 60% ของการชำระเงินในเดือนกันยายน ตามมาด้วย Ethereum (ETH) และ Bitcoin Cash (BCH) อยู่ในอันดับที่สองและสามโดยมีเพียง 10% เท่านั้น

ต้องจับตาดูกันต่อไปว่าอุตสาหกรรมการชำระเงินด้วยคริปโตจะมีวิวัฒนาการต่อไปอย่างไร ซึ่งตอนนี้ผู้ค้าปลีกในสหรัฐอเมริกาจำนวนมากเริ่มที่จะยอมรับคริปโตผ่านบุคคลที่สามแล้ว แต่ในอนาคตพวกเขาอาจรับการชำระเงินด้วยคริปโตโดยตรงจากผู้บริโภคได้เลย

Read more about:

CoinEx

CoinEx เทรดปลอดภัย ฝากถอนไว

ร่วมเป็นผู้ใช้ CoinEx และเปิดเทรนใหม่ๆด้าน Crypto

สมัครสมาชิก
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cryptocurrencies

Cloudflare ใช้ Ethereum พัฒนาบริการให้ดีขึ้น

Cloudflare ใช้ Ethereum พัฒนาบริการให้ดีขึ้น

หลังความนิยมในตัว PoS เริ่มแพร่กระจายเข้าไปสู่เครือข่ายต่าง ๆ ส่งผลให้ทาง Cloudflare ตัดสินใจหันมาใช้ Ethereum เพื่อพัฒนาบริการองค์กรให้ดีขึ้น
Malware

เตือนภัย! พบ Cryware มัลแวร์วอลเล็ตคริปโตกำลังระบาดหนัก

นักวิจัยของ Microsoft พบการโจมตีประเภท ‘Cryware’ มัลแวร์โจมตีวอลเล็ตคริปโตโดยตรงกำลังระบาดเพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน เตือนนักลงทุนให้ระวัง
Court

ศาลปฏิเสธ! หลัง Tether ยื่นร้องขอไม่เปิดเผยทุนสำรองของบริษัท

ศาลสูงสุด New York ปฏิเสธคำขอในคดี Tether เจ้าของเหรียญ 'USDT' หลังบริษัทยื่นคำร้องขอไม่เปิดเผยข้อมูลทุนสำรองของบริษัทสู่สาธารณะ
โปรตุเกสจะเก็บภาษีรายได้จาก Cryptocurrencies

โปรตุเกสจะเก็บภาษีรายได้จาก Cryptocurrencies

แม้ก่อนหน้านี้ทางโปรตุเกสทำการเก็บภาษีรายได้จาก Cryptocurrencies อยู่ที่อัตรา 0% แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเปลี่ยนใจแล้ว