คดีความเกี่ยวกับสกุลเงินคริปโต

ทั้งนี้เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงที่เติบโตขึ้นพร้อมกับวงการคริปโตนั้น เป็นเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาททั้งในวงเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินการทางด้านทรัพย์สินและการเงินที่เราคุ้นเคยไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย  ซึ่งมาตรการณ์ทางกฎหมายในหลายประเทศนั้นอาจยังไม่สามารถพัฒนาเพื่อรองรับกับเทรนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ทัน ดังนั้นแล้ว ทาง Cryptosiam จึงอยากที่จะนำเสนอกรณีศึกษาของประเทศสหรัฐฯ ในคดีต่อไปนี้

คดีการเรียกร้องให้ Coindbase ชดใช้ค่าเสียหาย

คดีดังกล่าวมีที่มาจากการ Hard Fork สายธุรกรรมเดิมของ Bitcoin ออกมาเป็น Bitcoin Gold หรือเหรียญ BTG ซึ่งจากการแยกสายดังกล่าวนั้นโดยปกติแล้วจะส่งผลให้ผู้ถือเหรียญก่อนมีการแยกสายนั้นได้รับเหรียญทั้งสองรูปแบบ คือทั้ง BTC เดิม และเหรียญ BTG ใหม่ ในจำนวนที่เท่ากับที่ถือไว้เดิมนั่นเอง

อย่างไรก็ตามภายหลังการ Hard Fork ดังกล่าว ทางบริษัท Exchange อย่าง Coinbase ได้มีการออกมาประกาศไม่รองรับเหรียญ BTG บนแพลตฟอร์มของตัวเอง โดยไม่ดำเนินการแจกจ่ายเหรียญ BTG ที่ได้จากการแยกสายธุรกรรมให้แก่นักลงทุนที่ถือเหรียญไว้บนแพลตฟอร์ม นาย Darrell Archer ลูกค้าผู้ฝากเหรียญไว้กับทาง Coinbase มากถึง 350 BTC นั้นจึงได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลว่าทางบริษัทผิดสัญญาไม่ส่งเหรียญดังกล่าวให้กับผู้ใช้งาน

เหตุผลที่ศาลพิพากษาให้ Coinbase ชนะคดี

ทั้งนี้ ผลคดีที่เกิดขึ้นในศาลชั้นต้นของประเทศสหรัฐฯนั้นได้ให้เหตุผลว่าทางนาย Darrell Archer นั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนถึงการมีอยู่ของสัญญาที่กำหนดให้บริษัทต้องส่งมอบเหรียญ BTG ให้แก่ผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม อีกทั้งสัญญาที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่ได้ให้สิทธิแก่ผู้ใช้งานในเหรียญที่เกิดขึ้นใหม่อีกด้วย จึงเป็นเหตุให้ศาลชั้นต้นต้องยกฟ้อง

นอกจากนี้ศาลอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวนั้นยังได้ให้เหตุผลไว้อีกว่าหากศาลพิพากษาให้สิทธินาย Darrell Archer นั้นจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมาย เพิ่มหน้าที่ให้ทาง Exchange ทั้งหลายในประเทศสหรัฐฯ ในการที่จะต้องรับรองและส่งมอบเหรียญที่ได้จากการ Hard Fork สายธุรกรรมทุกครั้งให้แก่เจ้าของเดิม

หลักที่เกิดขึ้นจากคำพิพากษานี้

เนื่องจากศาลอุทธณ์ได้มีการพิพากษาตามศาลชั้นต้น กรณีซึ่งเป็นการวางหลักให้บริษัท Exchange อย่าง Coinbase นั้นไม่จำเป็นที่จะต้องรองรับและให้บริการแก่สกุลเงินคริปโตซึ่งถูกพัฒนาโดยนักพัฒนาอิสระหรือ Third-Party developers อีกทั้งในการพิพากษาดังกล่าวยังเป็นการเปิดประตูอีกบานให้แก่วงการกฎหมาย เพื่อเป็นการกลับมาพิจารณาถึงคุณสมบัติความเป็นทรัพย์สินของสินทรัพย์ดิจิทัลและสกุลเงินคริปโตอีกด้วย