Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

องค์กรการกุศลเปิดรับบริจาค Crypto เพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกัน

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

ผู้ใช้คริปโตได้มีการบริจาค crypto เพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกันผ่านองค์กรการกุศลต่าง ๆ ในการสนับสนุนด้านปัจจัยพื้นฐาน เช่น การดูแลทางการแพทย์และความช่วยเหลือเกี่ยวกับวีซ่าสำหรับผู้ลี้ภัย

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
องค์กรการกุศลเปิดรับบริจาค Crypto เพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกัน

จากเหตุการณ์ความรุนแรงในอัฟกานิสถาน เนื่องจากกลุ่มก่อการร้ายตาลีบันได้ทำการบุกยึดเมืองหลัก ๆ ที่มีประชากรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้หลายประเทศเริ่มเปิดรับชาวอัฟกันหลายพันคนในฐานะผู้ลี้ภัย รวมถึงกลุ่มองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจำนวนมากเริ่มมีการเพิ่มการรับบริจาค Crypto

การรับบริจาค Crypto สำหรับผู้ลี้ภัยชาวอัฟกัน

ประชาชนชาวอเมริกันหลายหมื่นคนกำลังหลบหนีออกจากเมืองและหวาดกลัวการโจมตีของกลุ่มตาลีบันที่ยึดเมืองไปแล้วเกินครึ่งประเทศ ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ ที่คอยให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอยู่ในพื้นที่ออกมาประกาศว่าพวกเขาต้องการเงินทุนเพื่อผลักดันชาวอัฟกันให้อพยพไปยังประเทศอื่น ๆ  

Hearts & Homes for Refugees ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลที่มีเครือข่ายในนิวยอร์กตอบรับในการให้ความช่วยเหลือ ในขณะนี้องค์กรกำลังเรียกร้องให้บริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือชาวอัฟกันประมาณ 20,000 คนที่รัฐบาลกำลังทยอยอนุมัติวีซ่าผู้อพยพเป็นกรณีพิเศษ 

Hearts & Homes ได้รับความร่วมมือจาก Giving Block ในการเพิ่มช่องทางการบริจาค crypto เช่น Bitcoin (BTC), Ether (ETH), Bitcoin Cash (BCH), Litecoin (LTC), ZCash (ZEC), Gemini dollar (GUSD) BAL, Yearn.Finance (YFI), Polygon (MATIC), Synthetix (SNX) และ Bancor (BNT) เพื่อนำทุนไปช่วยชาวอัฟกันเหล่านั้นอพยพไปยังเมือง Westchester County 

จากประกาศของ CARE องค์กรสนับสนุนด้านสิทธิสตรีกล่าวว่า จำนวนชาวอัฟกัน 393,000 คนที่ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานและต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนระหว่างการบุกยึดครองประเทศของกลุ่มตาลีบัน 

หนึ่งในผู้ให้การช่วยเหลือในการบริจาค crypto คือ Jack Butcher ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Visualize Value ได้เปิดตัวชุดโทเค็นรุ่นพิเศษ หรือ NFT “Care package” โดยนำรายได้จากการขายแต่ละเหรียญไปบริจาคให้กับองค์กรที่สามารถให้ความช่วยเหลือ

Read more about: