ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาแนวทางปฏิบัติในการกลั่นกรองเนื้อหาที่ถูกนำเสนอผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกนั้นถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนอย่างหนักในทิศทางเดียวกัน แม้พวกเขาจะอยู่ท่ามกลางจุดยืนทางการเมืองที่แตกต่างกันก็ตาม โดยเหล่าผู้ที่มีความคิดที่เอนเอียงไปทางอิสรนิยมมีแนวโน้มที่จะวิพากษ์วิจารณ์แพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ว่าควรมุ่งเน้นจัดทำการเซ็นเซอร์เนื้อหาทางการเมืองที่ถูกต้องเป็นหลัก ในขณะที่เหล่าผู้ฝักไฝ่ทางเสรีนิยมยืนกรานว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียไม่ได้มีการใส่ใจที่เพียงพอในการกรองเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมออกไปเลยแม้แต่น้อย

เรื่องนี้รายแรงกว่าที่เราคิด

หากคุณกำลังสงสัยว่าการไม่คัดกรองเนื้อหานั้นส่งผลร้ายแรงมากเพียงใด ก็ต้องย้อนกลับไปดูกรณีตัวอย่างจากการตั้งข้อกล่าวหากของเอฟบีไอ ต่อบุคคลทั้งสิ้น 6 คนที่มีแผนจะลักพาตัว Gretchen Whitmer ผู้ว่าการรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการรายงานถึงการประสานงานของเหล่าผู้ต้องหาในการวางแผนการกระทำของตนผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊กส่วนตัว

แต่ Blockchain “อาจจะ” เป็นคำตอบของเรื่องนี้

Luis Cuende ผู้ร่วมก่อตั้ง Aragon โครงการซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สที่อนุญาตให้สร้าง และจัดการองค์กรแบบกระจายอำนาจกล่าวกับ Cointelegraph ว่าเทคโนโลยีการกระจายอำนาจที่บริษัทของเขากำลังพัฒนานั้นสามารถค้นหากรณีการใช้งานที่สมบูรณ์แบบบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ Twitter ได้

Argon จะจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างไร?

หนึ่งในระบบการทำงานของ Aragon คือ “ศาลเสมือนจริง” (Virtual Court) ซึ่งผู้เข้าร่วมต้องเดิมพันด้วย Crypto จำนวนหนึ่งแล้วส่งไปยังการตัดสินของคณะลูกขุนในลักษณะการกระจายอำนาจ

การตัดสินคดีความนั้นมีรูปแบบเช่นเดียวกับระบบศาลปกติ โดบฝ่ายที่แพ้สามารถยื่นอุทธรณ์ต่อศาลที่สูงกว่า (ในคดีของ Argon ซึ่งมีคณะลูกขุนมากกว่า) และในที่สุดก็นำคดีของพวกเขาไปสู่สิ่งที่ Cuende เรียกมันว่า "ศาลฎีกา" ซึ่งเครือข่ายทั้งหมดจะลงคะแนนเสียง แต่ Aragon Court นะเนยังอยู่ในช่วงเบต้า และผู้เข้าร่วมได้ตัดสินคดีพื้นฐานเพียงไม่กี่คดีเท่านั้น

Cuende เชื่อว่าการกลั่นกรองเนื่อหาจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นกรณีการใช้งานที่สมบูรณ์แบบสำหรับเทคโนโลยีของ Aragon เมื่อเทคโนโลยีถูกพัฒนามาถึงจุดที่มันควรจะเป็น ในมุมมองของเขาการแบ่งขั้วของปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากการที่ผู้ให้บริการฝ่ายเดียวได้ทำการควบคุมผลลัพธ์ของเนื่อหาซึ่งนั้นถือเป็นการเซ็นเซอร์ ในขณะที่หากปล่อยให้ชุมชนเป็นฝ่ายตัดสินใจ ผลลัพท์ของมันก็จะเหมือนการกลั่นกรองมากกว่า

Luis Cuende ผู้ร่วมก่อตั้ง Aragon
“ผมคิดว่าการเซ็นเซอร์คือการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพียงฝ่ายเดียวเป็นผู้ออกมากำหนดกฎเกณฑ์การเผยแพร่เนื้อหา ส่วนการคัดกรองเนื้อหา แท้ที่จริงแล้วคือการที่ทุกฝ่ายต่างต้องมีความเห็นพ้องต้องกันในกฎ ไม่เช่นนั้นผมคิดว่าหาก Twitter และ Facebook ถูกควบคุมโดยผู้ใช้จริงในทางใดทางหนึ่งที่ให้เกิดความรู้สึกยุติธรรมกับผู้คนทุก ๆ คน เราก็สามารถตัดสินใจร่วมกันเกี่ยวกับกฎการกลั่นกรองเนื้อหาได้ ซึ่งเราสามารถตัดสินใจร่วมกันได้ว่าจะทำอะไร หรือไม่ทำอะไรและเราสามารถผลักดันสิ่งนั้นไปข้างหน้าได้ ซึ่งเราสามารถนำมันไปใช้ได้ทันทีในปัจจุบันเพราะเทคโนโลยีก็อยู่ที่นั่น”

ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียต่างรู้ถึงความสามารถของ Blockchain

Jack Dorsey ได้ระบุก่อนหน้านี้ว่าเทคโนโลยี Blockchain จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับอินเทอร์เน็ตโดยที่ Twitter ก็ไม่มีข้อยกเว้น เขาเองยังเป็นแกนนำสำหรับการสนับสนุนเทคโนโลยีการกระจายอำนาจอีกด้วย โดยไม่นานมานี้ Square บริษัทภายใต้การดูแลของเขาได้ประกาศซื้อ Bitcoin (BTC) มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์