“Venus” ระบบใหม่จาก Binance รวมข้อดีหลายแพลตฟอร์มไว้ในที่เดียว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

โปรโตคอลใหม่ล่าสุดจาก Binance ดึงข้อดีจากทุกแพลตฟอร์มสร้างระบบ Stablecoin-DeFi ครบวงจรแบบ Decentralized

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
Xvscard.png

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แพลตฟอร์ม Exchange ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการคริปโตอย่าง Binance ได้เปิดตัวบริการใหม่อย่างเป็นทางการในชื่อ “Venus” โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ เป็นโปรโตคอลที่ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อเป็นทั้งพื้นที่สำหรับกิจกรรมทางการเงินบนระบบ Blockchain (Decentralized Finance หรือ DeFi) และเป็นระบบ Stablecoin ที่ไม่จำเป็นต้องถูกควบคุมการดำเนินการโดยส่วนกลาง (Decentralized Stablecoin) ต่างจาก Tether และ USDC

Screen Shot 2020 09 30 At 6.51.33 Pm

โปรโตคอล “Venus”

อ้างอิงจากเอกสารรายละเอียดของแพลตฟอร์มดังกล่าว ระบุว่าโปรโตคอลของ Venus นั้นดำเนินการอยู่บนเครือข่าย Binance Smart Chain ซึ่งเป็น Blockchain เครือข่ายเดียวกับบริการอื่น ๆ ของ Binanceโดยการดำเนินการของ Venus จะเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมแบบครบวงจรสำหรับการดำเนินการทางการเงินบน Blockchain ตั้งแต่การ กู้และยืมเหรียญคริปโต, การฟาร์มเหรียญ (yield farming), การStaking และการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินคริปโตผ่าน Stablecoin ของโปรโตคอลอย่างเหรียญ VAI

Screen Shot 2020 09 30 At 6.53.50 Pm

การเกิดขึ้นของโปรโตคอลดังกล่าวเป็นการท่าทายแพลตฟอร์มแบบต่างๆที่มีอยู่เดิม เนื่องจากเป็นการรวมสภาพแวดล้อมที่เคยแยกกันให้บริการมาอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน และยังเป็น Chain เดียวกันอีกด้วย ตั้งแต่ระบบการใส่เหรียญลงใน Pool เพื่อการซื้อขายแบบ (Automated Makert Maker) อย่างที่ใช้บน MakerDAO หรือ Uniswap และระบบการ Staking ของโปรโตคอลแบบ Proof-of-Stake รวมไปถึงระบบ Stablecoin ที่มีการผูกมูลค่าเหรียญไว้กับสินทรัพย์ (เหรียญอื่น ๆ ใน Pool) ไว้อีกด้วย

Screen Shot 2020 09 30 At 6.54.32 Pm

จุดเด่นที่เป็นระบบ Decentralized

จุดเด่นของแพลตฟอร์มอย่าง Uniswap นั้นก็ได้ถูกนำมาต่อยอดในแพลตฟอร์ม Venus ด้วย โดยระบบการหมุนเวียนของเหรียญบนระบบ DeFi ของ Venus นั้นอยู่มีจุดกึ่งกลางอยู่ที่ Stablecoin ของระบบ ซึ่งมูลค่าของเหรียญดังกล่าวนั้นถูกสำรองค่าเงินไว้ด้วยเหรียญที่ผู้ใช้งานของระบบใส่ลงใน Pool นั่นเอง โดยผู้ที่ใส่เหรียญลงใน Pool นั้น นอกจากสามารถซื้อขายเป็นเหรียญอื่น ๆ, ใช้บริการต่างๆบน DeFi หรือให้กู้ยืมผ่าน Venus แล้ว ผู้ใช้งานยังจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยแบบทบต้นรายปีอีกด้วย(Annual Percentage Yield หรือ APY) ซึ่งอัตราดอกเบี้ยนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของตลาดสินทรัพย์แต่ละประเภทที่มีการลงไว้นั่นเอง

Screen Shot 2020 09 30 At 6.55.29 Pm

ม้ามืดแห่งวงการ

แพลตฟอร์มดังกล่าวนั้น เห็นได้ชัดเจนว่าจะเข้ามาเป็นคู่แข่งอย่างดีของทั้งแพลตฟอร์ม Stablecoin แบบดั้งเดิมที่มีการผูกไว้กับตลาดการเงิน เนื่องจากต้องใช้เงินสดและสินทรัพย์แบบที่จับต้องได้ เช่น ทองคำในการค้ำจุนมูลค่าของเหรียญไว้ ได้แก่เหรียญอย่าง USDT, USDC, BUSD ฯลฯ และยังเป็นคู่แข่งของแพลตฟอร์มระบบการชำระเงินอย่าง XRP หรือแม้แต่ Libra อีกด้วย เนื่องมาจากความพร้อมของสภาพแวดล้อมบนระบบ (Ecosystem) ของ Binance เอง ประกอบกับความมั่นคงที่มาพร้อมกับระบบแบบ Decentralized ซึ่งผู้ใช้ไม่ต้องกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงหลังบ้าน การออกเหรียญเพิ่มมหาศาล หรือผลกระทบจากข้อกฎหมายระหว่างประเทศต่อมูลค่าของเหรียญอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว แพลตฟอร์มของ Venus ยังจับเอาข้อดีของ Smart Contract เข้ามาสร้างความมั่นใจว่าอัลกอริทึ่มที่มีการใช้งานในระบบนั้นจะมีความผิดพลาดน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นชุดคำสั่งที่ฝั่งไว้ในทุก ๆ หน่วยธุรกรรมซึ่งสามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง (automatic execution) อีกทั้งระบบ Pool ยังเป็นการการันตีถึงสภาพคล่องภายในระบบที่แต่เดิมเป็นจุดแข็งของ Binance อยู่ก่อนแล้ว มาสร้างความเข็มแข็งให้กับ Stablecoin ตัวใหม่นี้อีกด้วย

Read more about: