Binance ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกหากคำนวนตามปริมาณ ได้ทำการผสานระบบ SegWit เข้ากับบริการพวกเขาแล้วซึ่งมีไว้เพื่อสนับสนุนการฝาก Bitcoin (BTC)

โดยทาง Binance ระบุว่าระบบสนับสนุนด้วย SegWit ในตอนแรกจะทำการอัปเกรดโปรโตคอลที่เปิดใช้งานสำหรับการถอนเท่านั้น และได้ขยายไปสู่กระบวนการการฝากเงินในวันคริสต์มาสอีฟ ที่ผ่านมา โดยระบบดังกล่าวจะมีผลใช้ทันที ซึ่งทำให้เหล่าผู้ใช้ Binance สามารถโอนเงินไปยังที่อยู่ SegWit (bech32) โดยเลือกเครือข่าย BTC (SegWit)

SegWit คืออะไร?

หลายต่อหลายคนอาจจะยังสงสัยว่า SegWit คืออะไร แล้วมันมีความสำคัญมากน้อยเพียงใด สำหรับคำว่า SegWit  นั้นย่อมาจาก “Segregated Witness” ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถช่วย Scaling เหรียญ Bitcoin โดยเฉพาะ ซึ่งสามารถทำการอัพเกรดผ่าน Soft Fork และเป็นหนึ่งในอัพเดตที่แนะนำสำหรับซอฟต์แวร์ BTC

Segwit เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2017 เป็นการอัปเกรดโปรโตคอล Bitcoin ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยขยายเครือข่าย และแก้ไขข้อบกพร่องที่เกี่ยวข้อง โดยจะเพิ่มขีดจำกัดของขนาดบล็อก Bitcoin และช่วยให้ทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องแนบ Signature ไปกับทุก ๆ การทำธุรกรรมอีกต่อไป และผลที่ได้จะทำให้ขนาดข้อมูลเล็กลงมากเลยทีเดียว ทำให้ให้สามารถจัดเก็บธุรกรรมได้มากขึ้นในบล็อกเดียวซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำธุรกรรม

ค่าธรรมเนียมที่ลดลง แต่คุณเองก็ต้องระมัดระวังมากขึ้น

แม้การมีอยู่ของ Segwit นั้นจะส่งผลดีต่อการทำธุรกรรมต่าง ๆ แต่ทว่าในด้านของความปลอดภัยระยะยาวอาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมแลกไป โดยทาง Binance อธิบาย เอาไว้ดังนี้

“โปรดทราบว่า SegWit ควรช่วยลดค่าธรรมเนียม อย่างไรก็ตามหากคุณส่งทรัพย์สินที่เข้ากันไม่ได้ไปยังที่อยู่โดยไม่ถูกต้องเงินของคุณจะไม่สามารถกู้คืนได้ และจะส่งผลให้สูญเสียอย่างถาวร”

ความนิยมใน SegWit เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ข้อมูลจาก transactionfee.info แสดงให้เห็นว่าประมาณสองในสามของการชำระเงินด้วย Bitcoin ในปัจจุบันใช้ SegWit แม้ว่า Bitcoin จะกลายเป็นเครื่องมือทางการเงินสำหรับการจัดเก็บมูลค่า แต่ก็ยังคงเผชิญกับข้อจำกัด ด้านความสามารถในการปรับขนาดซึ่งบางคนโต้แย้งว่าปัญหาดังกล่าวได้ขัดขวางการนำ BTC ไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน

SegWit ไม่ใช่ทางออกเดียวของปัญหาเหล่านี้

Lightning Network นั้นกำลังเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับการเสนอให้เป็นโซลูชันการปรับขนาดเลเยอร์ 2 ที่ใช้งานได้สำหรับ Bitcoin เป็นโปรโตคอลการชำระเงิน ซึ่งแตกต่างจาก SegWit ที่เป็นการอัปเดตแบบ Soft fork สำหรับโปรโตคอล Bitcoin โดย Lightning Network เป็นเลเยอร์เพิ่มเติมที่สามารถเปิดใช้งานธุรกรรมได้ทันที และมีต้นทุนต่ำกว่า

ข้อจำกัดก็ยังทำอะไร BTC ไม่ได้

แม้จะมีความสามารถในการทำธุรกรรมที่จำกัด แต่ Bitcoin ก็ยังคงเป็นผู้นำในตลาดสกุลเงินดิจิทัลที่มีความโดดเด่นเหนือสินทรัพย์ Crypto อื่น ๆ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ BTC ก็ได้ทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี โดยอัตราการครอบงำตลาดของ Bitcoin ในขณะที่เขียน อยู่ที่ 68.7% อ้างอิงตาม CoinMarketCap