ราคาของ Bitcoin (BTC) นั้นแข็งตัวมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน หากสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำประสบความสำเร็จในการทำ Break out แล้วนั้น คุณ Mohit Sorout หุ้นส่วนผู้ก่อตั้ง Bitazu Capital กล่าวว่าการก้าวไปถึงราคาที่สูงที่สุดสุดเท่าที่เคยบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์นั้นใกล้เข้ามาแล้ว

ราคาของ Bitcoinนั้นเริ่มมีความเสถียรมากยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนกรกฎาคมในปี 2020 ราคาของ Bitcoin นั้นอยู่ระหว่าง 10,200 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 11,800 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการเคลื่อนไหวของราคานั้นอยู่ในช่วง 15% และนี่แสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่ลดลงเป็นระยะเวลานาน โดยจะมีเพียงเหตุการณ์ไม่คาดคิดบางกรณีเท่านั้นที่ทำให้ความผันผวนของราคาขึ้นมา

และเมื่อราคาของ Bitcoin มีมูลค่าคงที่เป็นเวลานานในช่วงที่ราคาแข็งตัวแล้วนั้น การเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญๆมักจะเกิดขึ้นนั่นเอง

แล้วคำถามคือการ Breakout นั้นจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้หรือไม่? ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ยังไม่มีอะไรสามารถมาการันตีได้ แต่ถ้าหากเหตุการณ์ดังกว่าเกิดขึ้นแล้วล่ะก็ Sorout กล่าวว่าจะใช้เวลาประมาณสามเดือนเพื่อให้มูลค่าของ BTC แตะ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ทำไมถึงใช้เวลาเพียงสามเดือนเพื่อให้ Bitcoin มีมูลค่าสูงที่สุดหลังจากการ Breakout?

จากวงจรราคา หรือ Price Cycles ก่อนหน้านี้ Bitcoin มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหลังจากการอยู่ใน Long-Range โดยรูปแบบในอดีตนั้นแสงถึงทั้งการ Breakouts และ การ Breakdowns

ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมถึง 20 กรกฎาคม ราคาของ Bitcoin อยู่ในช่วง 8,800 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 9,800 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าคงที่อยู่ที่ประมาณ 9,100 ดอลลาร์สหรัฐ สองเดือนหลังจากการแข็งค่านั้นได้ใช้เวลาถึง12 วัน ในการบันทึกการเพิ่มขึ้นของ BTC ถึง 32% ซึ่งคิดเป็น 12,123 ดอลลาร์สหรัฐใน Binance

เมื่อพิจารณาถึงแนวโน้มของ Bitcoin ที่จะแสดงให้เห็นถึงความผันผวนที่มีการเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังจากระยะเวลาการแข็งตัวที่เป็นเวลานาน Sorout กล่าวว่า

“นี่เป็นช่วงเวลาที่สงบเงียบก่อนบางอย่างที่ยิ่งใหญ่จะเกิดขึ้น ถ้าวันนี้ $BTC จะBreakouts มูลค่าของมันก็น่าจะถึง ATH ครั้งก่อนหน้าที่มีมูลค่า 20k ดอลลาร์สหรัฐ ภายใน 3 เดือน”

เมื่อถามถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังระยะเวลาสามเดือนนั้น Sorout กล่าวว่ามันขึ้นอยู่กับการสังเกตความผันผวน

“ข้อสังเกตมาจาก ความรุนแรงของการชุมนุมหลังจากช่วงเวลาแห่งความผันผวนสงบลง ซึ่งอาจจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ”

ตัวแปรสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การลดลงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคงค้างในอนาคต หรือ Futures open interest เมื่อเทียบกับ Bull markets ก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ US Commodities และ Futures Trading Commission หรือ CFTC เรียกเก็บเงินจาก BitMEX ทำให้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าคงค้างโดยรวม (futures open interest) นั้นลดลง สิ่งนี้อาจนำไปสู่แนวโน้มขาขึ้นที่มั่นคงและค่อยเป็นค่อยไปสำหรับ Bitcoin ซึ่งแตกต่างจาก Bull Cycles ในอดีต