ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain อย่างก้าวกระโดด ตั้งแต่การนำเสนอเครื่องมือการดำเนินการใหม่ๆ ไปจนกระทั่งการแก้ไขปัญหาของเครือข่ายที่มีอยู่เดิม โดยสิ่งที่มีความโดดเด่นในวงการและจะได้รับการพูดถึงในบทความนี้คือ Smart Contracts และกลุ่มของหรียญซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาด้าน Scalability นั่นเอง

Smart Contracts คืออนาคตของวงการ

สำหรับในประเด็นแรก ดอกเตอร์ Muneeb Ali ผู้บริหารของบริษัทพัฒนาเทคโนโลยี Blockchain ชื่อดัง Blockstack ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงศักยภาพของ Smart Contracts ที่กำลังได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วในปัจจุบันว่า Smart Contracts  นั้นเป็นสิ่งที่มากกว่าแค่ชุดคำสั่งบน Blockchain ที่สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเองตามที่ได้กำหนดค่าไว้

Smart Contracts  นั้นจริงๆแล้วมันคือชุดคำสั่งที่สามารถตรวจสอบการดำเนินการในตัวมันเองได้ โดยเป็นการกำจัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจโดยมนุษย์ได้ เราจึงสามารถที่จะนำไปใช้ในวงกว้าง โดยไม่จำกัดแค่แวดวงทางการเงินเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้แล้วตัวเขายังได้ออกมากล่าวถึงประเด็นสำคัญคือการพัฒนาของตลาดและโครงสร้างพื้นฐานซึ่งค้ำจุนตลาดไว้นั้น ว่ายังไม่สามารถรองรับการดำเนินการและปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก ซึ่งจะมีมูลค่าการไหลเวียนของสินทรัพย์ในตลาดหลักล้านล้านดอลลาร์ตามที่เราต่างคาดการณ์กันไว้ได้

กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมของสกุลเงินคริปโตส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นบนภาษาที่ใช้งานได้หลากหลายอย่าง JavaScript ซึ่งยังคงมีปัญหาทางด้านความปลอดภัยอยู่มาก ดังนั้นแล้วเราจึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเครื่องมือที่มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือและมีคุณสมบัติเป็นแบบ open-source อย่างเช่น Solidity หรือ Clarity ซึ่งเป็นภาษา Smart Contract ที่มีความปลอดภัยสูง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง

เหรียญค่าธรรมเนียมต่ำอย่างXRP, EOS และ Tezos นั้นไม่มีมูลค่าตลาดที่แท้จริง

เหรียญซึ่งพยายามแก้ไขปัญหาปริมาณการดำเนินธุรกรรมและค่าธรรมเนียมในระบบอย่างเหรียญทั้งสามข้างต้นซึ่งถูกเขียนบน Smart Contracts เช่นเดียวกันนั้น ได้มีการเปิดเผยโดยงานวิจัยชิ้นหนึ่งจาก Imperial College London และ University College London ว่าในความเป็นจริงแล้วเหรียญทั้งสามนั้นไม่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและกำลังพยายามแก้ไขปัญหาซึ่งไม่ได้มีอยู่จริง

‘Revisiting Transactional Statistics of High-scalability Blockchain’ 

งานวิจัยดังกล่าวในชื่อ ‘Revisiting Transactional Statistics of High-scalability Blockchain’ นั้นผ่านการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลบนเครือข่ายมาเป็นระยะเวลาหลายเดือน โดยผลการวิจัยข้อมูลสถิตินั้นพบว่ากว่า 96% ของธุรกรรมในเครือข่าย EOS เกิดขึ้นจากการทำเหรียญซึ่งไม่ได้มีมูลค่า เช่นเดียวกับเหรียญกว่า 76% ของธุรกรรมในเครือข่าย Tezos นั้นมีขึ้นเพื่อรักษาระบบไว้เท่านั้น สิ่งที่น่าสนใจคือกว่า 94% ของธุรกรรมบนเครือข่าย XRP นั้นไม่ได้มีมูลค่าจริงทางเศรษฐกิจ

นอกจากนี้แล้วประเด็นสำคัญของวิธีการแก้ไขปัญหาโดยทั้งสามเครือข่ายคือ การที่เครือข่ายทั้งสามซึ่งพยายามเพิ่มความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมจำนวนมากโดยมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำนั้น กลับไม่ได้เป็นการแก้ปัญหาทางด้านปริมาณธุรกรรมเนื่องจากบนเครือข่ายนั้นมักจะมีการดำเนินธุรกรรมระหว่างกันเพียงไม่กี่ฝ่ายเท่านั้น อีกทั้งปริมาณธุรกรรมจำนวนมากบนเครือข่ายนั้นยังทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลยากขึ้นไปอีก แม้ว่าการดำเนินการบน Blockchain จะมีความโปร่งใสมากก็ตาม

หากสนใจ สามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้ที่ Bitcoinnewsและ Cornell University