เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ที่ผ่านมา Elon Musk ส่งคลื่นช็อกไปทั่วตลาด Crypto อีกครั้ง แต่ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่ข่าวดี เพราะเขาออกมาเปิดเผยว่า Tesla จะไม่ยอมรับการชำระเงินด้วย Bitcoin (BTC) สำหรับรถยนต์อีกต่อไปจนกว่าการขุด Bitcoin จะมีความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

Musk ยังได้ระบุต่อว่าในขณะที่ Tesla รอให้ Bitcoin เปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียน ทางบริษัทจะมองไปที่ “สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ” ที่ใช้พลังงานน้อยกว่าอัตรา 1% ต่อธุรกรรมของ Bitcoin

จากการวิเคราะห์ของศูนย์ข้อมูล TRG พบว่า Bitcoin มีค่าเฉลี่ยการใช้พลังงานประมาณ 700 กิโลวัตต์ - ชั่วโมงหรือ KWh ต่อธุรกรรม แม้ว่าจะใช้พลังงานมากพอ ๆ กับเนเธอร์แลนด์ในแต่ละปี แต่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละปีนั้นใกล้เคียงกับของสิงคโปร์มากขึ้นตามข้อมูลของ Digiconomist ซึ่งน่าจะเป็นเพราะการใช้พลังงานหมุนเวียนราคาถูกสำหรับการขุดในสัดส่วนที่มาก

เหรียญไหนกันแน่ที่จะเข้าวิน

ทวีตดังกล่าวของ Musk ทำให้เกิดความปั่นป่วนไปทั่วทั้งชุมชน Crypto โดยเหล่านักลงทุนจำนวนมากต่างต้องการรู้ว่าสินทรัพย์ Crypto ตัวอื่น ๆ ที่ Tesla อาจกำลังสำรวจอยู่นั้นคืออะไรกันแน่ พวกเขาจะได้เก็งกำไรมันได้ทัน

ซึ่งหนึ่งใน Social Influencer อย่าง “The Cryptic Poet” บอกกับผู้ติดตาม Twitter กว่า45,000 คนของเขาว่าเขาคาดการณ์ว่า Tesla จะ “ใช้ ETH หรือ XRP” อย่างไรก็ตามผู้ใช้ “Massimo” ชี้ให้เห็นว่าหาก Tesla ใช้ ETH ในสถานะปัจจุบันซึ่งยังคงใช้ Proof-of-Work เช่นเดียวกับ Bitcoin อยู่ – มันก็จะเหมือนกับ “การใช้ BTC” นั่นแหละ

Ethereum

Ethereum ใช้พลังงานประมาณ 62.56 KWh ต่อธุรกรรม ซึ่งปัจจุบันเครือข่าย Ethereum ยังคงได้รับการรักษาความปลอดภัยโดยใช้วิธีการฉันทามติที่ไม่มีประสิทธิภาพด้านพลังงานเช่นเดียวกับ Bitcoin นั่นก็คือ Proof-of-Work (PoW) โดยทาง Digiconomist ประเมินว่าปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเครือข่าย Ethereum ประจำปีนั้นเทียบได้กับประเทศซูดาน

อย่างไรก็ตามปัญหาเหล่านี้กำลังจะถูกแก้ไขด้วยการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นของเครือข่ายไปสู่ ​​ETH 2.0 ซึ่งจะใช้ระบบ Proof-of-Stake (PoS) ที่ทาง Nimbus คาดการณ์ว่าฉันทามติ PoS จะประหยัดพลังงานมากกว่า PoW ถึง 99%

Ripple

Ripple (XRP) อาจเป็นทางเลือกของ Tesla ในระยะเวลาอันสั้น (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคดีของ SEC ด้วย) เนื่องจากโทเค็น XRP ทั้งหมดได้รับการขุดไว้ล่วงหน้า และธุรกรรมของ XRP ใช้พลังงานเพียง 0.0079 กิโลวัตต์ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลตามศูนย์ข้อมูล TRG Ripple

Stellar

Stellar Lumens (XLM) นั้นมีรูปแบบการใช้พลังงานคล้ายคลึงกับรูปแบบของ XRP อย่างมาก เนื่องจากโทเค็นทั้งหมดได้รับการสร้างขึ้นจากแหล่งกำเนิด นอกจากนี้เครือข่ายยังใช้ Stellar Consensus Protocol หรือ SCP เพื่อใช้ในการรับรองความถูกต้องของธุรกรรมที่มีการรายงานว่ามันใช้พลังงานน้อยกว่า PoW และ PoS

Algorand

Algorand อาจเป็นหนึ่งในเหรียญที่ Tesla จับตามอง เพราะไม่เพียงแต่มันจะทำงานบน Pure Proof-of-Stake เท่านั้น แต่ทีมงานของเหรียญดังกล่าวได้ประกาศว่า Blockchain ของพวกเขานั้นเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) หรือมีการปลดปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเท่ากับศูนย์นั่นเอง

นอกจากนี้ Algorand ยังได้ร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีด้านการเงินของสเปนอย่าง ClimateTrade ซึ่งกำลังสร้าง CO2 Marketplace ที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ สามารถติดตามการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของพวกเขาได้เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ยั่งยืนในวงกว้าง โดยบริษัทต่างทั้งหลายจะทำงานร่วมกันในการเพื่อใช้ Oracle แห่งความยั่งยืนเพื่อสร้างเครือข่าย Carbon-negative หรือการปล่อยคาร์บอนเป็นลบ

Dogecoin

Dogecoin ซึ่งเป็นเหรียญที่ Elon Musk ชื่นชอบมาอย่างยาวนาน อาจเป็นม้ามืดในการแข่งขันนี้ โดยเจ้าเหรียญ meme นี้สร้างขึ้นจากการขุดบนเครือข่าย Litecoin ซึ่งใช้ Proof-of-Work แต่ในขณะที่การขุด Bitcoin ใช้อัลกอริทึม SHA-256 ที่ซับซ้อนเป็นพิเศษ Dogecoin และ Litecoin ถูกขุดโดยใช้ Scrypt ซึ่งประหยัดพลังงานและเร็วกว่า (แม้ว่าจะมีความปลอดภัยน้อยกว่ามากก็ตาม)

และเรื่องนี้มีความน่าสนใจก็คือในขณะที่ศูนย์ข้อมูล TRG กำหนดให้การใช้พลังงานของ LTC อยู่ที่ 18.522 KWh ต่อธุรกรรม Dogecoin คาดว่าจะใช้เพียง 0.12 KWh ต่อธุรกรรม เท่านั้น

ที่สำคัญ Musk ได้ทำแบบสำรวจบน Twitter ในสัปดาห์นี้โดยถามว่า Tesla ควรเริ่มรับการชำระเงิน Dogecoin หรือไม่