ลุยเปิดตัวแพลตฟอร์มบล็อกเชนแห่งชาติ

akaChain Blockchain Platform แห่งชาติของรัฐบาลเวียดนาม จัดทำขึ้นเพื่อการสนับสนุนการดำเนินงานในรูปแบบของ KYC (Know-Your-Customer) โดยได้รับการพัฒนาจาก FPT Software ซึ่งเป็นบริษัทด้านไอทีชั้นนำที่ได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลเวียดนามเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั้งในภาคเอกชน และภาครัฐ

แพลตฟอร์มบล็อกเชนชิ้นนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของเวียดนามเลยก็ว่าได้ เนื่องจากพวกเขากำลังพยายามอย่างหนักที่จะก้าวขึ้นเป็นประเทศ 50 อันดับแรกในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารภายในปี 2573 นอกจากนี้พวกเขายังมีโอกาสที่จะขึ้นเป็น Top 35 สำหรับด้านการสร้างนวัตกรรมจากทั่วทุกมุมโลก

KYC ชื่อนี้สำคัญแค่ไหนสำหรับภาคธุรกิจ

Know-Your-Customer เป็นคำศัพท์ที่มักจะใช้ในแวดวงการเงินและการธนาคาร ซึ่งสื่อถึงกระบวนการการรู้จักลูกค้าที่สามารถระบุตัวตน (Identification) และพิสูจน์ตัวตน (Verification) ได้อย่างถูกต้อง เพื่อเป็นการยืนยันและป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากการโจรกรรม

โดย Fintech กับ KYC นั้นถือว่าเป็นของคู่กัน เพราะในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในวงการการเงินเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับกระบวนการ KYC อยู่หลายรูปแบบด้วยกัน อาทิ การแสกนลายนิ้วมือ ม่านตาหรือการจดจำใบหน้า เป็นต้น

จะเห็นได้ว่ากระบวนการด้าน KYC นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับวงการธุรกิจ เนื่องจากเรื่องความน่าเชื่อถือ และความปลอดภัย ถือเป็นปัจจัยอันดับ 1 ที่เหล่าผู้ประกอบการคำนึงถึง

เมื่อเจออุปสรรค การปรับตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญ

Nguyen Thanh Hung รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศ และการสื่อสารของประเทศเวียดนาม

Nguyen Thanh Hung รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศเวียดนาม ได้ออกมาแจ้งให้เหล่าภาคธุรกิจในท้องถิ่นคอยจับตามองการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลเนื่องจาก akaChain จะ สามารถเข้าเร่งกระบวนการการดำเนินงานต่าง ๆ ได้

เขาระบุเพิ่มเติมว่า

“เนื่องจาก COVID-19ส่งผลกระทบรุนแรงมาก การทำธุรกิจบนโลกออนไลน์จึงมีความสำคัญมากขึ้นกว่าที่เคย เราเชื่อว่า akaChain ของ FPT Software จะช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถเร่งกระบวนการการดำเนินงานผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อกเชนเป็นพื้นฐาน เช่น การทำ eKYC (electronic Know-Your-Customer) การให้คะแนนเครดิต การสกำหนดทิศทางโปรแกรมสร้างความภักดี การตรวจสอบย้อนกลับ ฯลฯ ซึ่งจะเป็นเรื่องที่ท้าทายมากหากไม่มีเทคโนโลยี”

เวียดนามไม่ใช่รายเดียวที่หันมาพัฒนาแพลตฟอร์มแห่งชาติเพื่อตอบโจทย์การทำธุรกิจ

ก่อนหน้านี้ CryptoSiam ได้มีการรายงานไปแล้วว่าสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) กำลังนำเศรษฐกิจทั้งหมดของดูไบไปมีชีวิตอยู่บนแพลตฟอร์ม Blockchain ที่มีการดำเนินงานในรูปแบบ KYC (Know-Your-Customer) เช่นเดียวกัน ซึ่งพวกเขามุ่งเน้นอำนวยความสะดวกด้านบัญชีธนาคาร ผ่านระบบการดำเนินงานที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจแก่เหล่าผู้ประกอบการว่าธุรกิจจะสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมหลังวิกฤต COVID-19 ผ่านพ้นไป