ก่อนหน้านี้หลายๆท่านคงจะเคยได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับวิกฤตประเทศเวเนซุเอลาที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งวิกฤตค่าเงินที่อ่อนตัวลงมาก รายได้จากการส่งออกน้ำมันที่ลดลง การถูกคว่ำบาตรโดยทางการของสหรัฐ โดยเฉพาะเงินทุนสำรองในประเทศก็ร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ ในขณะที่หนี้ของประเทศยังอยู่ในระดับสูงและไม่มีประเทศอื่นใดที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือเลย ซึ่งทางด้านประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรของเวเนซุเอลานั้นก็เร่งแก้ไขปัญหาในหลายๆด้าน ล่าสุดก็ได้เริ่มนำเอาเทคโนโลยี Cryptocurrency มาใช้ในการขายน้ำมันและทองคำโดยใช้เหรียญ Petro ของรัฐบาลเอง การเตรียมตัวเข้าสู่การใช้ Bitcoin และ Cryptocurrency อื่นๆแทนเงินสดได้ทั่วประเทศ

เงินโบลิวาร์ที่กำลังจะกลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษที่ไร้ค่า

ในปี 2560 ธนบัตรโบลิวาร์หรือที่เรียกอย่างเป็นทางการว่า Venezuelan Bolivar Fuerte (VEF) ซึ่งเป็นสกุลเงินดั้งเดิมของประเทศเวเนซุเอลา แทบจะกลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษที่ไร้ค่าหลังจากประเทศประสบวิกฤติเศรษฐกิจขั้นรุนแรง คาร์ลอส การ์เซีย รอว์ลินส์ ช่างภาพของสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้ถ่ายภาพชุดเพื่อสะท้อนให้เห็นว่า ชาวเวเนซุเอลาจะต้องใช้เงินเท่าใดจึงจะสามารถซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวันได้

ที่มา: www.bbc.com ปี 2560 ไก่สดน้ำหนัก 2.4 กิโลกรัม ราคาขายตามตลาดที่ 14,600,000 โบลิวาร์หรือราวๆ 73 บาท

หลังจากวันที่ 20 สิงหาคม 2560 ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ได้ประกาศให้เริ่มใช้ธนบัตรสกุลโบลิวาร์แบบใหม่ เป็นสกุลเงิน Bolívar Soberano ที่มีการตัดจำนวนเลขศูนย์ลง 5 หลักเพื่อบรรเทาภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyperinflation) ในประเทศ

สกุลเงินดิจิทัลและ Cryptocurrency ของเวเนซุเอลา

ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโรและรัฐบาลกำลังมองหาวิธีการชำระเงินใหม่เพื่อแก้ปัญหาค่าเงินของประเทศ ทั้งธนาคารกลางและกระทรวงการคลังของเวเนซุเอลาจะสามารถรองรับวิธีการชำระเงินทางเลือกใหม่ นั่นก็คือสกุลเงิน Cryptocurrency นั่นเอง ซึ่งการชำระเงินทางเลือกใหม่นี้สร้างความหวังให้กับเวเนซุเอลา เพราะอาจจะสามารถบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนั้นยังมีการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลเป็นของตัวเองอีกด้วย

Petro หรือ Petromoneda ซึ่งเป็นสกุลเงิน Cryptocurrency ของประเทศที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2561 โดยอ้างว่าทางรัฐบาลกำลังวางแผนที่จะได้รับการสนับสนุนจากแหล่งสำรองน้ำมันทองและแร่ธาตุเป็นตัวประกันมูลค่าให้ ซึ่งการขายหุ้น Petro ได้เริ่มขึ้นในวันที่ 5 พฤศจิกายนในปีนั้นเช่นกัน

ในขณะที่การล่มสลายทางเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาเริ่มรุนแรงขึ้น ประชาชนจำนวนมากจะนิยมใช้ Cryptocurrency มากกว่า เพราะเป็นวิธีการรักษามูลค่าของการออม แม้ว่าทางรัฐบาลเองได้เปิดตัว Petro ซึ่งเป็น Cryptocurrency จากน้ำมันของประเทศ แต่ประชาชนยังคงให้ความสนใจแก่ Bitcoin (BTC) และ Etheruem เช่นเดียวกับ altcoins อื่นๆ เพื่อเพิ่มรายได้ส่วนบุคคลมากกว่า

และด้วยอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น รัฐบาลก็ยังคงตรึงอัตราค่าสาธารณูปโภคในระดับที่ค่าไฟฟ้ารายเดือนเกือบเท่ากับราคากาแฟเพียงแค่หนึ่งถ้วยและนี่คือสาเหตุที่ทำให้เวเนซุเอลาเป็นประเทศที่มีต้นทุนที่ถูกที่สุดในการขุด Bitcoin แต่รัฐบาลได้ออกมาห้ามนำเข้าอุปกรณ์การขุด Bitcoin เพื่อป้องกันการละทิ้งสกุลเงินของรัฐโดยสมบูรณ์ นอกจากนี้ผู้ขุด Bitcoin ยังได้รับความกดดันและการข่มขู่จากรัฐบาลอีกด้วย รัฐบาลเวเนซุเอลาดูเหมือนว่าจะบังคับให้ Petro กลายเป็นสกุลเงินเดียวที่พลเมืองเวเนซุเอลาสามารถใช้จ่ายค่าได้และยังเพิ่มค่าธรรมเนียมขึ้นอีกด้วย

Bitcoin ได้รับการยอมรับจากร้านค้ากว่า 20,000 รายในเวเนซุเอลา

ประชาชนชาวเวเนซุเอลาได้เล็งเห็นว่าการใช้ประโยชน์จาก Cryptocurrency ทำให้ประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายและความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมเพิ่มมากขึ้น โดยที่รัฐบาลมีส่วนในการกระตุ้นให้ประชาชนมีการศึกษาเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cryptocurrency หลังจากนั้นร้านค้าส่วนใหญ่ในประเทศ พร้อมใจกันยอมรับ Cryptocurrency เพื่อเป็นตัวเลือกในการชำระเงิน

ที่มา: www.twitter.com

และเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2020 ธนาคารโลกได้เปิดเผยแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก อันเนื่องมาจากความตึงเครียดทางการเมืองอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ความไม่แน่นอนจากการเก็บภาษีศุลกากรและความหวาดกลัวต่อวิกฤตหนี้สาธารณะทั่วโลก ธนาคารกลางหลายแห่งได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือต่ำกว่าศูนย์ ในความพยายามที่จะปกป้องเศรษฐกิจในประเทศจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย

สถานการณ์ปัจจุบัน 1 โบลิวาร์เวเนซุเอลา = 0.0001761 บาทไทย ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2563 ทำให้ Bitcoin และ Cryptocurrency จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่น่าจับตามองที่สุด เพราะสามารถใช้เป็นตัวเลือกในการชำระเงินที่ไร้เงินสดและไม่สามารถตรวจสอบเส้นทางการโอนได้อย่างง่ายๆ ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่อง ในขณะเดียวกัน Bitcoin สามารถเก็บไว้เพื่อเก็งกำไรได้เช่นเดียวกับทองคำ