Join our Telegram Channel

Chat with community about the latest news!

Click here to join

Join Now

ชาวเวเนซุเอลาสามารถซื้ออพาร์ทเม้นท์ด้วยคริปโตได้แล้ว

Share article:
LinkedIn Facebook Twitter

เวลานี้ชาวชาวเวเนซุเอลารู้สึกปลาบปลื้มมากเมื่อพวกเขาเริ่มมีการใช้เหรียญคริปโตได้ง่ายมากขึ้น

Share this article
LinkedIn Facebook Twitter
ชาวเวเนซุเอลา

มีรายงานว่า ประชาชนเวเนซุเอลานั้น สามารถใช้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ในการซื้อขายอพาร์ทเม้นท์ได้แล้ว โดยเฉพาะสามารถซื้อขายได้ด้วยเหรียญ Tether ในรัฐ Anzoatequi ในช่วงเดือนที่ผ่านมา

ชาวเวเนซุเอลาสามารถใช้เหรียญคริปโตซื้อห้องชุดได้แล้ว

นี่เป็นอีกหนึ่งในความก้าวหน้าที่มีการใช้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศได้ ซึ่งเวลานี้ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศเวเนซุเอลานั้น เริ่มเปิดกว้างในระบบการชำระเงินทางเลือกมากขึ้น

โดยประชาชนคนหนึ่งในประเทศเวเนซุเอลา (ไม่ประสงค์ออกนาม) ได้ทำการซื้ออสังหาริมทรัพย์ด้วยเหรียญ usdt, เหรียญ stablecoin ในส่วนของ Tether ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา รัฐบาล Anzoatequi รัฐหนึ่งในประเทศเวเนซุเอลาได้เปิดให้ประชาชนสามารถซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ได้ด้วยการใช้เหรียญ stablecoin เนื่องจากทำธุรกรรมได้ง่ายกว่า

Gold And Silver Round Coins

สอดคล้องกับ Carlos Grau ผู้จัดการบริษัท Grau Real Estate ได้กล่าวว่า เหรียญคริปโตช่วยให้ขายได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้การทำธุรกรรมเสร็จสิ้นโดยทันที ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการรับมือกับการขายที่มีการใช้เครื่องมือทางการเงินรูปแบบเดิม

ซื้ออพาร์ทเม้นท์ง่ายและสะดวกขึ้นด้วยคริปโต

Grau ได้กล่าวว่า การดำเนินการซื้อขายโดยปกติแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 8 หรือ 10 วัน เนื่องจากคุณจะต้องส่งจดหมายแจ้งว่า ได้รับเงินแล้ว เมื่อมีการใช้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ในการทำธุรกรรม ก็สามารถทำได้โดยทันทีเพียงแค่ใช้โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องในการปิดดีลกัน ซึ่งไม่มีทั้งความเสี่ยงหรือเรื่องฉ้อโกงเข้ามาเกี่ยวข้อง

อพาร์ทเม้นท์มีการขายที่ราคา $12,000 และมีการดีลกันด้วยการใช้เหรียญคริปโตเคอร์เรนซี่ โดยในเอกสารอสังหาริมทรัพย์นั้นได้มีข้อกำหนดในเรื่องของการใช้สกุลเงินประเทศเป็นหลัก

ซึ่งตอนนี้ฝ่ายทะเบียนยังไม่สามารถยอมรับเอกสารที่มีการชำระเงินด้วยคริปโตเคอร์เรนซี่ภายในประเทศได้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสกุลเงินดอลลาร์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกรรมอยู่

Read more about: