รัฐบาลสหรัฐฯ ขาดทุน 9.9 พันล้านดอลลาร์จากการประมูล Bitcoin

หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยึด Bitcoin ที่ผิดกฎหมายมาได้เป็นจำนวนมาก พวกเขาก็ไม่รอช้า และปล่อยประมูลมันแทบจะในทันที แต่ทว่าหากในอดีดพวกเขาไม่ทำเช่นนั้น วันนี้พวกเขาจะมีกำไรมากกว่าเดิมถึง 9.9 พันล้านดอลลาร์

Photo 1531928351158 2F736078E0A1

การประมาณการโดยนักวิเคราะห์ตลาดได้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ขาดทุนจำนวนสูงถึง 9.9 พันล้านดอลลาร์ จากการเปิดประมูล Bitcoin (BTC) ตั้งแต่ปี 2014

โดยย้อนไปตั้งแต่ตอนนั้น ในขณะที่ทางรัฐบาลประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาได้ใช้อำนาจด้านกำกับดูแลที่พวกเขามีอย่างเต็มที่กับสกุลเงินดิจิทัล โดยได้ยึด Bitcoin และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งเป็นผลมาจากการฉ้อโกง หรือโดยทั่วไปแล้วก็คือรายได้ที่ผิดกฎหมายจากองค์กรที่จัดตั้งขึ้น

โดยหากจะนึกถึงบรรดาช่องทางเว็บไซต์ที่โดดเด่นที่โดยยึดทรัพย์เหล่านี้แล้วล่ะก็ ต้องนึกถึง “Silk Road” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม darknet ที่ก่อตั้งโดย Ross Ulbricht โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวนั้นมีชื่อเสียงในด้านการเป็นตลาดกลางสำหรับทุกสิ่งที่ “ผิดกฎหมาย” ไม่ว่าจะเป็น การขายเฮโรอีน หรือแม้แต่การฟอกเงิน ที่ดูจะเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลยในตลาดมืดแห่งนี้ ซึ่งในสมัยนั้น Bitcoin ได้ทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสื่อหลักในการแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์มมืดมิดแห่งนี้

ท้ายที่สุดการจับกุม Ulbricht และผู้ใช้รายแรก ๆ ก็เกิดขึ้น โดยจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ยึด Bitcoin บางส่วนซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ณ ขณะนั้น

จากนั้นหน่วยบังคับใช้กฎหมาย หรือตำรวจกฎหมายของสหรัฐฯ อย่าง U.S. Marshals ก็เริ่มเปิดการประมูลสินทรัพย์ BTC จากทุกแหล่งตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน 2014 โดยมีรายได้ครั้งแรกอยู่ที่ 18,740,000 ดอลลาร์สำหรับการขาย 29,657 BTC แก่ Tim Draper ผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ ต่อมาก็เกิดการประมูลชุดที่สองในปีเดียวกัน โดยคราวนี้พวกเขาพร้อมปล่อย Bitcoin จำนวนกว่า 50,000 BTC โดยการประมูลนั้จบไปด้วยราคาที่ $19,000,000 ทั้งความแตกต่างอย่างมากของราคาอาจเป็นผลจากราคาตลาดของสินทรัพย์ในขณะนั้น

หนึ่งในการประมูล Bitcoin ที่สหรัฐยึดได้จาก Silk Road นั้นก็จะเกี่ยวข้องกับการปล่อย 44,341 BTC ซึ่งผู้ชนะการประมูลนั้นเสนอราคาไว้ถึง 14.6 ล้านดอลลาร์ เลยทีเดียวเชียว

แต่ทว่าจากการประมูลทั้งหมดที่จัดทำโดย U.S. Marshalls จนถึงปัจจุบันมีการระดมทุนได้ทั้งสิ้น 151.4 ล้านดอลลาร์ ซึ่งหากพวกเขาถือครองมันไว้ Bitcoin ปริมาณเดียวกันจะคิดเป็นจำนวนเงินที่สูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์จากมูลค่าปัจจุบันของ Bitcoin ที่อยู่สูงกว่า 50,000 ดอลลาร์ นั่นแปลว่ากำไรที่พวกเขาควรจะได้นั้นหดหายไปถึงมูลค่า 9.975 พันล้านดอลลาร์ นั่นเอง

Read more about:

CoinEx

CoinEx เทรดปลอดภัย ฝากถอนไว

ร่วมเป็นผู้ใช้ CoinEx และเปิดเทรนใหม่ๆด้าน Crypto

สมัครสมาชิก
Sponsored

🔥 เป็นที่นิยมในปัจจุบัน

ราคา crypto

เข้าร่วมชุมชนของเรา

Engage with people also reading CryptoSiam and discuss about what’s going on right now in crypto space.

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bitcoin

Nomura

Nomura เปิดให้บริการ Bitcoin สำหรับลูกค้าสถาบัน

Nomura Holdings Inc. ได้เปิดให้บริการซื้อขายสัญญาอนุพันธ์ล่วงหน้า Bitcoin เตรียมให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลในเอเชีย
Btc China

ศาลสูงเซี่ยงไฮ้จีนตัดสินให้ Bitcoin เป็นทรัพย์สินมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ศาลสูงเซี่ยงไฮ้จีนตัดสินให้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์เสมือนซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและได้รับความคุ้มครองภายใต้กฎหมายจีน
Emirates ไฟเขียวให้ Bitcoin เล็งบุกตลาดดิจิทัล

Emirates ไฟเขียวให้ Bitcoin เล็งบุกตลาดดิจิทัล

ซีโอโอยืนยัน Emirates ไฟเขียวให้ Bitcoin แล้ว เตรียมขยายตัวเข้าสู่ตลาด Metaverse และ NFT เพื่อดึงดูดความสนใจจากลูกค้า
Microstrategy ขาดทุน 162 ล้านเหรียญจากการ Hodl Btc

MicroStrategy ขาดทุน 162 ล้านเหรียญจากการ Hodl BTC

สภาวะแดงทั้งแผ่นดินที่สินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์ 1 อย่าง Bitcoin มีมูลค่าดิ่งฮวบ ไม่ได้ส่งผลร้ายกับเหล่านักลงทุนรายย่อยเท่านั้น เพราะทาง MicroStrategy เองก็ขาดทุนย่อยยับเช่นเดียวกัน