Thailand Blockchain Community Initiative (BCI) และ IBM ประกาศความสำเร็จในการในการขยายขอบเขต และการเข้าถึงแพลตฟอร์มการจัดทำหลักประกันทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Letter of Guarantee Platform - eLG) ที่ใช้เทคโนโลยี Blockchain เป็นตัวขับเคลื่อนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับธุรกิจทุกขนาด โดยตั้งแต่แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เริ่มเปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2019 ที่ผ่านมา จนถึงทุกวันนี้มีมูลค่าในการดำเนินการจัดทำหลักประกันทางอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีจำนวนรวมเกือบ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐเข้าให้แล้ว

เวลาเป็นสิ่งสำคัญ

ในแต่ละปี มีการออกหนังสือค้ำประกันผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยให้แก่องค์กรธุรกิจเป็นมูลค่ารวมหลายแสนล้านบาท โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการค้ำประกันหากผู้ซื้อผิดสัญญา ซึ่งขั้นตอนเจรจานั้นอาจต้องใช้เวลานานถึงเก้าวัน แถมยังมีความเสี่ยงจากกรณีปลอมแปลงหนังสือเอกสารอาจส่งผลให้ผู้ขายไม่ได้รับการชดเชยหรือช่วยเหลือใด ๆ อีกด้วย

แต่ทว่าสิ่งที่แพลตฟอร์ม eLG นั้นสามารถดำเนินได้ต่างออกไป เพราะสามารถออกหนังสือค้ำประกันให้ได้ภายในระยะเวลาอันสั้นเพียงไม่ถึง 1 วันเท่านั้น โดยตามประกาศของบริษัทได้ระบุไว้ว่า

“แพลตฟอร์ม eLG ได้เปิดตัวในช่วงปลายปี 2019 และปัจจุบันมีมูลค่าหนังสือค้ำประกันรวมประมาณ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถลดเวลาในการออกหนังสือค้ำประกันให้เหลือน้อยกว่า 1 วันได้”

เพิ่มขีดความสามารถ

ดังที่ได้อธิบายไปข้างต้นว่าขั้นตอนการดำเนินการโดยทั่วไปของการออกหนังสือค้ำประกันนั้นต้องเผชิญกับความเสี่ยงในการปลอมแปลงเอกสารต่าง ๆ ซึ่งทาง BCI ได้ก้าวเข้ามาเพื่อแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ณ ปัจจุบันมีธนาคาร 22 แห่ง และบริษัทอีก 15 แห่งได้ทำการใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในการประมูลระดับองค์กร, การรับรองการชำระเงิน และขั้นตอนการซื้อขายภายในประเทศลักษณะอื่น ๆ จึงเป็นที่แน่ชัดว่าแพลตฟอร์ม eLG สามารถจัดการกับปัญหาเดิม ๆ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมได้อย่างแน่นอน

และด้วยการร่วมมือครั้งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้กับระบบต่าง ๆ มีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การกู้คืนระบบ และความพร้อมในการเปิดให้บริการในหลากหลายพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ รวมไปถึงการยกระดับเครือข่ายให้รองรับบริการจากผู้ให้บริการ Cloud ที่หลากหลาย และเหล่าเวนเดอร์หลายราย (Multi-vendor)  อีกด้วย

ต้นทุนธุรกรรมลดลงกว่า 200%

ตามรายงานระบุว่าแพลตฟอร์ม eLG ถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสในการฉ้อโกง และข้อผิดพลาดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเห็นได้ว่า

“บริษัทสมาชิกบางรายรายงานว่าเกิดการลดของอัตราต้นทุนธุรกรรมลงถึง 200%”

BCIเล็งเห็นหนังสือค้ำประกันเป็นเพียงบริการแรกที่ถูกนำเสนอโดยแพลตฟอร์ม Blockchain อย่าง eLG เท่านั้น เนื่องจากทางองค์กรมีกำหนดการณ์จะเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ ด้วยสาเหตุที่ทางองค์กรดำเนินการให้สอดคล้องกับโรดแมปของโมเดลการใช้งานแบบไฮบริดที่จะขยายสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต โดยนายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ประธานบอร์ด BCI กล่าวว่า

ศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ประธานบอร์ด BCI
“Blockchain คือกุญแจสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเชื่อมต่อของแพลตฟอร์มของอุตสาหกรรมหลากหลายแห่ง โดย Blockchain ช่วยทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ได้กลับมาคิดทบทวนถึงขั้นตอนการดำเนินงาน และความไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ซึ่งหากร่วมมือกับพันธมิตรที่คู่ควร และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีที่มอบความสามารถในการขยายตัว, ความปลอดภัย และความสามารถในการใช้ Cloud ได้หลากหลายระบบ จะช่วยส่งเสริมให้เครือข่ายเหล่านี้สามารถเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อม และภูมิภาคต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอน”