บริษัท Tether เจ้าของเหรียญ USDT ได้ออกประกาศว่าได้ปล่อยเหรียญ USDT บน Blockchain ของ Solana แล้ว โดยแพลตฟอร์ม Blockchain ตัวนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของ Ethereum

แพลตฟอร์ม Blockchain ของ Solana ประมวลผลธุรกรรมได้เร็วกว่า?

แพลตฟอร์มหน้าใหม่ Solana ได้เข้าร่วมมือกับบริษัท Tether เมื่อไม่นานมานี้ จุดขายของแพลตฟอร์ม Solana คือบริษัทกล่าวว่าจะให้ความเร็วในการแลกเปลี่ยนเหรียญ USDT ได้มากกว่า กล่าวคือจะเพิ่มความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมถึง 50,000 - 65,0000 ธุรกรรมต่อวินาทีและที่สำคัญคือคิดค่าธรรมเนียมต่ำมาก อยู่ที่ 0.00001 ต่อธุรกรรม

แพลตฟอร์มหน้าใหม่ดึงเรื่องของความเร็วในการประมวลผลธุรกรรมและค่าธรรมเนียมมาเป็นจุดดึงดูดความสนใจ ซึ่งมันก็ได้ผลเพราะตอนนี้เครือข่าย Ethereum กำลังเจอปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียมและการประมวลผลที่ค่อนข้างช้ามาก ๆ ซึ่งมันอาจเป็นสาเหตุที่ Tether ตัดสินใจปล่อยเหรียญ USDT บน Blockchain ของ Solana

ด้านของ CEO ของบริษัท Solana คุณ Anatoly Yakovenko กล่าวว่าเริ่มแรกออกแบบ Solana Blockchain ขึ้นมาเพื่อให้มันสามารถรองรับการทำธุรกรรมเป็นหมื่น ๆ ด้วยความเร็วพอ ๆ กับของตลาดหุ้น Nasdaq และยิ่งมีแรงสนับสนุนจาก Tether เข้ามาก็ยิ่งดึงศักยภาพของ Solana ออกมาได้ดีขึ้นด้วย

Tether ใช้ Blockchain ของ Solana

บริษัท Tether ได้นำเหรียญ USDT ไปปล่อยบน Blockchain ของหลายโปรเจคด้วยกัน เช่น Ethereum, EOS, Liquid Network, Omni, OMG Network, Algorand, Tron และล่าสุดคือ Solana

โปรเจคใหญ่ ๆ อย่าง Tether เลือกใช้ Blockchain ของ Solana ก็ทำให้ Solana เป็นอีกหนึ่งโปรเจคที่เติบโตเร็วหากดูจากแง่ของการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีโปรเจคอื่น ๆ เหมือนกันที่เปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตนบน Blockchain ของ Solana หนึ่งในนั้นคือโปรเจค Serum เป็น Decentralized Exchange แบบ cross-chain ที่พัฒนาโดย FTX และ Alameda Research

ไม่ใช่แค่ Solana ที่จะเติบโต การร่วมมือกันครั้งนี้จะทำให้ระบบนิเวศของ USDT แผ่ขยายกว้างกว่าเดิมด้วย คุณ Paolo Ardoino CTO ของ Tether และ Bitfinex กล่าวว่าการร่วมมือกับ Solana  นั้นทำให้ Tether ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลต่อระบบนิเวศที่กำลังเติบโตของแพลตฟอร์ม เพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลและลดต้นทุนที่เกิดขึ้นด้วย:

“ การร่วมมือของเรากับ Solana ช่วยให้ระบบนิเวศของโปรเจคพัฒนา”

วงการ Blockchain มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาในตลาดเรื่อย ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จะไม่ล้มหายตายจากไปก็ต้องเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามากจริง ๆ เพราะคู่แข่งในตลาดนี้มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว โปรเจคที่มีอยู่ก็ต้องเร่งพัฒนาฝีมือตัวเองเพื่อให้มีฐานผู้ใช้งานอย่างสม่ำเสมอ