บริษัท Tencent ก็เตรียมลงเงินทุนมหาศาล 7 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเท็ค

ประเทศจีนถือเป็นประเทศที่ผลักดันเทคโนโลยีบล็อกเชนอยู่เรื่อยๆ ซึ่งอีกไม่นานประเทศจีนก็จะมีเงินหยวนดิจิตอลมาใช้งานภายในประเทศเองแล้ว ซึ่งผู้เชี่ยวชาญก็ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเงินหยวนดิจิทัลนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเลี่ยงการพึ่งพาเงินดอลลาร์ของสหรัฐ ท่ามกลางสถานการณ์ที่คุกรุ่นระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

ล่าสุดบริษัทเจ้าของแอปพลิเคชั่นที่นิยมในจีน Wechat อย่าง Tencent ก็เตรียมลงเงินทุนมหาศาลกว่า 5 แสนล้านหยวนหรือประมาณ 7 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมฟินเท็คโดยเฉพาะ โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน cloud computing, AI, ความปลอดภัยทางไซเบอร์และ Blockchain ในอีก 5 ปีข้างหน้า

Tencent ลงสนามมุ่งผลักดันเทคโนโลยี Blockchain

Tencent เป็นบริษัทเจ้าของแอปพลิเคชั่น WeChat และเกมอีกหลายๆ อย่าง ซึ่งตอนนี้บริษัทก็มุ่งหน้าผลักดันเทคโนโลยีอย่างเต็มลูกสูบเพื่อตอบโจทย์บริบทสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจุบัน

อันที่จริงบริษัท Tencent นั้นได้มีความพยายามในเรื่องของการผลักดันเทคโนโลยี Blockchain มาโดยตลอดจนได้มีการเปิดตัวโปรเจ็ค Tencent Industrial Accelerator เพื่อพัฒนาบล็อกเชนในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ

ด้านรองประธานฝ่ายบริหารของ Tencent ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทเตรียมวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมบล็อกเชน, Big Data, เครือข่าย 5G, ระบบคอมพิวเตอร์ควอนตัม

ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะยิ่งมีการใช้งานเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น บริษัทต่างเริ่มพัฒนาระบบคลาวน์ของตนเองและเทคโนโลยีอย่าง Blockchain และ 5G จะเข้ามาอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารระหว่างกันโดยตรง

จีนรุดหน้าผลักดัน Blockchain

ในตลอดหลายปีที่ผ่านมาจีนนั้นก็ผลักดัน Blockchain มาโดยตลอด นอกจาก Tencent แล้ว บริษัท China Telecom ก็ทดลองใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนกับเครือข่ายโรมมิ่งระหว่างประเทศด้วย ซึ่งทางบริษัทก็เชื่อว่า Blockchain นั้นอาจจะเข้ามาช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเครือข่าย 5G ได้

ส่วนรัฐบาลจีนเองก็พัฒนาเหรียญ DC/EP หรือที่เรียกกันว่าหยวนดิจิทัลซึ่งสร้างและออกโดยธนาคารกลางของจีน (People’s Bank of China) และอาจนำมาใช้แทนเงินสด (เงินหยวน) ตัวโปรเจ็คนี้ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาร่วมกว่า 5-6 ปีแล้วและคาดว่าจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ ซึ่งมันก็มีหลายๆ ปัจจัยที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้จีนรุกขึ้นมาสร้างเหรียญดิจิทัลของตนเอง ส่วนหนึ่งก็อาจเป็นเพราะจีนกำลังอยู่ในช่วง “สงครามเย็น” ในรูปแบบใหม่กับสหรัฐฯ จึงทำให้ประเทศต้องการลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ยังมีเหรียญ Libra ของ Facebook ที่แม้จะเผชิญข้อกฎหมายจนอ่วมแต่ก็ยังพัฒนาโปรเจ็คต่อไป และหากเปิดตัว Libra ออกมาทางการจีนก็หวั่นว่ามันจะถูกนำมาใช้งานแพร่หลายมากกว่าสกุลเงินของตน จึงต้องสร้างโปรเจ็คของตนเองออกมาเพื่อลดความเสี่ยงในประเด็นนี้