อิหร่านถูกกล่าวหาโอนเงินคริปโตมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ผ่านแพลตฟอร์มคริปโตรายใหญ่ เลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรสหรัฐ
TRM Labs ระบุว่าหน่วยงานและองค์กรที่เชื่อมโยงกับอิหร่านซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ได้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ผ่านแพลตฟอร์ม CoinEx ตั้งแต่ปี 2019 ขณะที่ทาง CoinEx ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

TRM Labs ระบุว่าหน่วยงานและองค์กรที่เชื่อมโยงกับอิหร่านซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตร ได้เคลื่อนย้ายสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 3.8 พันล้านดอลลาร์ผ่านแพลตฟอร์ม CoinEx ตั้งแต่ปี 2019 ขณะที่ทาง CoinEx ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน TRM Labs เปิดเผยรายงานล่าสุดระบุว่า กระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีความเชื่อมโยงกับหน่วยงานและองค์กรของอิหร่านที่ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตร ได้เคลื่อนย้ายเงินผ่านแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต CoinEx รวมมูลค่ากว่า 3.84 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2019 ส่งผลให้ CoinEx กลายเป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญที่ถูกใช้เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
TRM Labs ระบุว่ามีแพลตฟอร์มจากอิหร่านราว 60 แห่งที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินดังกล่าว โดยในจำนวนนี้มีเงินกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ที่ไหลเวียนระหว่าง CoinEx และ Nobitex ซึ่งเป็นตลาดซื้อขายคริปโตรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน คิดเป็นมูลค่าเฉลี่ยประมาณ 1 ล้านดอลลาร์ต่อวันนับตั้งแต่ปี 2018
รายงานยังชี้ว่า ภายในปี 2024 CoinEx กลายเป็นคู่ค้าภายนอกที่ใหญ่ที่สุดของ Nobitex โดยมีปริมาณธุรกรรมมากกว่าตลาดซื้อขายอันดับรองลงมาถึงเกือบ 9 เท่า ซึ่ง TRM Labs มองว่าพฤติกรรมดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการแข่งขันทางการตลาดตามปกติ
รายงานฉบับนี้เผยแพร่ออกมาหลังจากที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรตลาดซื้อขายคริปโตของอิหร่าน 4 แห่ง ภายใต้แคมเปญ “Economic Fury” เมื่อประมาณ 3 สัปดาห์ก่อน โดยก่อนหน้านั้นไม่นาน Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่าหน่วยงานของรัฐสามารถยึดสินทรัพย์คริปโตมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์จากตลาดซื้อขายและกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านได้ นับตั้งแต่เกิดความขัดแย้งทางทหารครั้งล่าสุด
ด้าน CoinEx ออกแถลงการณ์ผ่านแพลตฟอร์ม X ปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับรัฐบาลอิหร่านหรือแพลตฟอร์มซื้อขายภายในประเทศอิหร่าน และไม่เคยให้บริการช่องทางทางการเงินแก่บุคคลหรือองค์กรที่ถูกคว่ำบาตร นอกจากนี้ยังโต้แย้งว่าการติดตามเส้นทางเงินบนบล็อกเชนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าแพลตฟอร์มมีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมาย
Nobitex ศูนย์กลางการซื้อขายคริปโตของอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ รายงานจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน Chainalysis ระบุว่า Nobitex ทำหน้าที่เสมือน “ท่อส่งดอลลาร์ดิจิทัล” ของอิหร่าน และครองส่วนแบ่งการซื้อขายคริปโตภายในประเทศราว 50%
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า Nobitex อาจมีความเชื่อมโยงกับสมาชิกของตระกูลที่มีอิทธิพลทางการเมืองและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐฯ (OFAC) ได้ประกาศคว่ำบาตรบริษัท Zedcex และ Zedxion เมื่อต้นปีที่ผ่านมา หลังถูกกล่าวหาว่าถูกใช้เป็นบริษัทบังหน้าเพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเงินของ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ซึ่งเป็นหน่วยกำลังสำคัญของอิหร่าน
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าคริปโตเคอร์เรนซียังคงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่หลายประเทศและองค์กรใช้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางการเงินระหว่างประเทศ ส่งผลให้หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อ้างอิง : Cointelegraph
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล
Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว








